“เปิดค่ายกลสังหาร!”
ชั่วพริบตา หนิงอู๋เชวียก็เอ่ยขึ้น
ผู้คนในวังยุทธต่อสู้เตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว ค่ายกลสังหารทั้งสิบแปดผืนถูกเปิดพร้อมกัน ส่งเสียงกัมปนาทขณะเริ่มทำงาน
ค่ายกลแต่ละผืนสามารถต้านทานการโจมตีของท่านราชันยุทธ์ระดับปกติได้หนึ่งคน พลังของค่ายกลทั้งสิบแปดประสานทับซ้อนกัน ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
มองเห็นเพียงแสงเทพนับไม่ถ้วนแปรเปลี่ยนทอประสานบนท้องนภา ปกคลุมวังยุทธต่อสู้ทั้งหมดไว้ในชั่วพริบตา
ตูม!
ท้องนภาสั่นสะเทือน ความว่างเปล่าบังเกิดคลื่นพลังรุนแรงที่สุด
แขนของท่านราชันยุทธ์หลายตนที่ปกคลุมฟ้าอยู่ด้านบน ถูกค่ายกลสังหารบดขยี้ในชั่วพริบตาจนแตกสลาย
หนึ่งในท่านราชันยุทธ์คำรามขึ้น ส่วนคนอื่นล้วนใช้แขนพลังปราณ คนโง่ผู้นี้กลับใช้แขนเนื้อแท้คว้าเข้าใส่เย่หาน แขนทั้งหนึ่งจึงถูกค่ายกลสังหารบี้ทำลายเป็นความว่างเปล่าในชั่วขณะ
“บังอาจ!”
ท่านราชันยุทธ์กว่าสิบตนเบื้องบนเดือดดาล เห็นได้ชัดว่ามิได้คาดคิดว่าวังยุทธต่อสู้จะมีค่ายกลน่ากลัวเช่นนี้ปกป้องอยู่
ชั่วพริบตาเดียว วรยันต์นับผืนก็ปรากฏ
แต่ละผืนล้วนเป็นวรยันต์ระดับท่านราชันยุทธ์ที่ร้ายกาจที่สุด เป็นสิ่งที่ท่านราชันยุทธ์ขั้นเก้าหลอมสร้างขึ้น
พลังวรยันต์เบ่งบาน ลำแสงฟ้าดินไร้เทียมทานก็พลุ่งขึ้นฉับพลัน
ตูม!
ลำแสงพุ่งทะลวงลงมา ฟ้าดินสั่นคลอน ทุกสิ่งถูกระเบิดแหลกลาญ
ลำแสงเทพของค่ายกลเบื้องบนเริ่มเลือนหาย ถูกโจมตีจนปริแตกไม่หยุด
ตูม!
ในห้วงว่างเปล่าเกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรง วรยันต์หลายผืนถูกกระตุ้นต่อเนื่อง ดุจดั่งท่านราชันยุทธ์ขั้นเก้าผู้ไร้เทียมทานหลายตนปรากฏขึ้น ณ ที่นี้ แทบจะกดทับฟ้าดินให้พังทลาย
