หลินเฟิงเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว แล้วย่อตัวลงตรงหน้าเขา มองดูบาดแผล
“จุ๊ ๆ อวี๋เหลยลงมือหนักจริง ๆ หมอ กระดูกไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
“เอ่อ เรียนแม่ทัพ กระดูกไม่เป็นไรขอรับ”
หมอวัยสี่สิบกว่า มองบาดแผลเละเทะด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม แทบไม่รู้จะลงมือรักษาอย่างไร
“แม่ทัพตู้ เรื่องเสบียงของข้า ท่านคิดว่าจัดการได้หรือไม่?”
“หลินเฟิง เจ้าพูดอย่างไร ข้าก็ไม่เถียง”
“เฮ้อ หากเป็นเช่นนี้ตั้งแต่แรก ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวถึงเพียงนี้”
คำพูดของเขาทำให้ตู้ลี่เซิ่งกลอกตาอย่างฉุนเฉียว
“ฉินฟาง นำคำสั่งของแม่ทัพตู้ไปเบิกเสบียงในเมือง สัก 40 เกวียน”
“40 เกวียน?”
“มีอะไรหรือ?”
ตู้ลี่เซิ่งร้องขึ้นว่า “หลินเฟิง ตอนนั้นข้าขนให้เจ้าแค่ 30 เกวียน”
“แม่ทัพตู้ ผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว ข้าเก็บดอกเบี้ยบ้างไม่ได้หรือ?”
“อืม ถูกต้องยิ่ง เจ้าว่าอย่างไรก็เอาตามนั้น”
ตู้ลี่เซิ่งยอมรับเรื่องนี้แล้ว ทำได้เพียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ รอให้หลุดพ้นจากการควบคุมของคนผู้นี้ก่อน แล้วค่อยว่ากัน
ฉินฟางถอดป้ายเอวของแม่ทัพฝู่จวินจากตัวตู้ลี่เซิ่ง ก่อนหมุนกายออกจากกระโจมใหญ่
เขากำลังต้องไปเมืองชายแดนอยู่พอดี
เรื่องทางนี้ อย่างไรก็ต้องชี้แจงกับบิดาของตนให้ชัดเจน
แน่นอนว่า ที่หลินเฟิงให้เขาไปเบิกเสบียง ย่อมรวมถึงเรื่องนี้ด้วย
ในกระโจมใหญ่เหลือเพียงหมอกับองครักษ์สองคน ไม่มีผู้อื่นแล้ว
หลินเฟิงจึงนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นตรงหน้าตู้ลี่เซิ่ง
“แม่ทัพตู้ ดื่มชาหรือไม่?”
“ไม่ดื่ม”
“นับว่าพวกเราต่อยกันจนรู้จักกันแล้ว”
“อืม”
หลินเฟิงถอนหายใจ
“คนเถื่อนระดมกำลังพลหนึ่งหมื่น บุกล้อมป้อมหลิ่งโตวจื่อของข้า เกรงว่าจะรักษาไว้ไม่อยู่แล้ว”
