หลินเฟิงสวมอาภรณ์สามัญ ส่วนเซี่ยจ้งกับองครักษ์อีกยี่สิบกว่าคนยังคงสวมเกราะเต็มยศ อาวุธครบมือ
เพียงยืนอยู่ในลานของหอเด็ดบุปผา บรรยากาศทั่วทั้งบริเวณก็พลันหนักอึ้งลง
เถ้าแก่เนี้ยแห่งหอเด็ดบุปผาก้าวฉับ ๆ เข้ามาต้อนรับ
หากฝานโหรวไม่ออกหน้าอธิบาย นางคงคิดว่าตนล่วงเกินผู้มีอำนาจเข้าเสียแล้ว
เถ้าแก่เนี้ยถอนหายใจโล่งอก ก่อนเชิดอกอวบอิ่มแล้วขยับเข้ามาเบียดคลอเคลียหลินเฟิง พลางเอ่ยวาจา
“โอ๊ย ท่านผู้สูงศักดิ์ ท่านเล่นยกโขยงมาเสียขนาดนี้ ทำเอาหย่าหรูตกใจแทบตายแล้วเจ้าค่ะ”
หลินเฟิงถอยหลังไปเล็กน้อย พลางมองเถ้าแก่เนี้ยวัยสามสิบสี่สิบปีตรงหน้า
ใบหน้าฉาบแป้งหนาเตอะ ทว่าคิ้วตายังหลงเหลือเสน่ห์อยู่บ้าง
กลิ่นภายในหอคละคลุ้งเกินไป หลินเฟิงจึงไม่อาจสัมผัสกลิ่นหอมอ่อน ๆ นั้นได้อีก
“เถ้าแก่เนี้ย ข้ามาชมการร่ายรำของฝานโหรว จงจัดการให้ข้าโดยเร็ว”
หย่าหรูมีสีหน้าลำบากใจ
“ฝานโหรวเป็นนางรำอันดับหนึ่งของเมืองหลวงประจำแคว้น ผู้คนที่มาชมการร่ายรำของนางมีมากมาย ท่านผู้สูงศักดิ์ โปรดรอสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“ข้าชมเพียงเพลงเดียวก็พอ ให้คนอื่นรอสักครู่”
หย่าหรูลังเล แต่เมื่อเห็นท่าทางน่าเกรงขามของหลินเฟิง ก็ไม่กล้าปฏิเสธ
ขณะที่กำลังอึดอัดใจ พลันได้ยินเสียงคนตะโกนจากชั้นล่าง
“หย่าหรู ฝานโหรวกลับมาแล้วหรือ?”
“โอ๊ย คุณชายเกา ฝานโหรวกลับมาแล้วเจ้าค่ะ แต่ยังต้องรออีกสักครู่ ท่าน...”
“เจ้ารับปากข้าไว้อย่างไร ยังจะให้รออีกหรือ? เลิกพูดไร้สาระ รีบให้ฝานโหรวมาพบข้า!”
หน้าห้องหนึ่งชั้นล่าง มีคุณชายหนุ่มเงยหน้าตวาดอย่างเดือดดาล