หลินเฟิงรู้ข้อด้อยของตนเองเป็นอย่างดี
พละกำลังยังไม่เพียงพอ เมื่อลงสนามรบเข้าปะทะ ความรุนแรงและพลังทำลายล้างก็ยังไม่มากพอ
หากเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัว วิชาดาบกับความคล่องแคล่วของร่างกายตนน่าจะทำให้ได้เปรียบอยู่บ้าง
เขากำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ พลันมีทหารมารายงานอยู่ด้านนอก
“ท่านแม่ทัพ มีผู้ส่งสารจากจวนตูฮู่มาขอเข้าพบขอรับ”
“อ้อ ให้เขารออยู่ที่สถานีพักม้า”
หลังอาบน้ำเสร็จ หลินเฟิงก็เดินทางมายังที่ว่าการอำเภอปิน
ผู้ส่งสารจากจวนตูฮู่ยังมิได้จากไป หากแต่รออยู่ในที่ว่าการอำเภอ
เมื่อพบหลินเฟิง เขาก็แจ้งฐานะของตนแล้วส่งถุงจดหมายให้
จากนั้นจึงยืนรอฟังคำตอบอยู่ข้างๆ
หลินเฟิงนั่งลงหลังโต๊ะใหญ่ในโถงที่ว่าการอำเภอ แล้วเปิดถุงจดหมายออก
นี่คือหนังสือราชการจากจวนตูฮู่ ประทับตราราชการของซูทูถ่งไว้
หลินเฟิงกวาดตามองเพียงครู่เดียว ก็เข้าใจความหมายในจดหมายแล้ว
“ได้รับสารจากราชสำนักต้าจง หลินเฟิงต่อสู้กับศัตรูที่รุกรานบริเวณชายแดนเจิ้นซีอย่างกล้าหาญ สร้างความชอบหลายครั้ง
ด้วยได้รับพระบรมราชานุญาตจากฮ่องเต้ต้าจง จึงแต่งตั้งหลินเฟิงให้ดำรงตำแหน่งถงจือจวนตูฮู่เจิ้นซี”
ถงจือแห่งจวนตูฮู่ ถือเป็นบุคคลอันดับหนึ่งรองจากทูถ่ง
แม้ระดับจะไม่สูงเท่าตำแหน่งจงหลิ่งจวินที่หลินเฟิงดำรงอยู่ในยามนี้ แต่ถงจืออยู่ในสายขุนนางฝ่ายบุ๋น ตำแหน่งจริงจึงสูงกว่าของเขาไม่น้อย
ส่วนหน้าที่รักษาการณ์เขตชิงสุ่ย แม่ทัพใหญ่จะเป็นผู้แต่งตั้งคนใหม่
นิ้วของหลินเฟิงเคาะโต๊ะไปมา ทว่าครึ่งค่อนวันก็ยังไร้เสียงตอบรับ
ผู้ส่งจดหมายก้มหน้ายืนอยู่เบื้องล่าง ไม่เอ่ยเร่งรัดแม้แต่น้อย
ชั่วขณะหนึ่ง โถงใหญ่เงียบสงัดยิ่ง
หลินเฟิงรู้ดีว่าตนล่วงเกินผู้คนไปมากมายเพียงใด