ได้ยินว่าหลินเฟิงจะให้พวกเขาไปค้นหาทองคำเงินตรา เหล่าทหารจึงฮึกเหิมขึ้นมาทันที ดวงตาแต่ละคู่เป็นประกายวาววับ ราวกับฝูงหมาป่า ต่างพากันเดินวนค้นหาทั่วบริเวณ
หลินเฟิงนั่งยองอยู่บนพื้น ใช้มือปัดเขม่าดำชั้นหนึ่งออก
หมายค้นหาเบาะแสบางอย่าง
พลันเห็นคบเพลิงกลุ่มหนึ่งอยู่ไกลออกไป ล้อมม้าศึกตัวหนึ่งวิ่งเข้ามา
เซี่ยจ้งรีบก้าวไปข้างหน้า ชักดาบขึ้นขวางแล้วตวาดว่า “ผู้ใดมา จงบอกชื่อมา!”
มีคนตอบกลับทันทีว่า “ทหารประจำเมืองเจิ้นซี แม่ทัพใหญ่ฉินอยู่ที่นี่ ฝั่งตรงข้ามเป็นผู้ใด?”
เซี่ยจ้งพลันพูดไม่ออก หันไปมองหลินเฟิง
หลินเฟิงรีบลุกขึ้นเช่นกัน
“ไป ต้อนรับพวกเขากัน”
เขาเร่งฝีเท้าไปหากลุ่มองครักษ์
“ข้าน้อยหลินเฟิง คารวะแม่ทัพใหญ่”
ฉินจงนั่งอยู่บนหลังม้า เห็นหลินเฟิงจากแสงเงาของคบเพลิงตั้งแต่แรกแล้ว
“ฮ่า ๆ ๆ หลินเฟิง ทำได้ดี!”
เขาหัวเราะเสียงดัง ก่อนกระโดดลงจากม้า ก้าวไม่กี่ก้าวก็มาถึงตรงหน้าหลินเฟิง แล้วตบไหล่อีกฝ่าย
“เจ้าหนุ่ม เล่นลูกไม้นี้ได้งดงามนัก ดี ดี!”
“แม่ทัพใหญ่กล่าวเกินไปแล้ว”
ฉินจงอารมณ์เบิกบานยิ่ง หันมองรอบด้าน รวมทั้งรถขนเสบียงที่แล่นผ่านไปมาไม่ขาดสาย
“หลินเฟิง ขั้นต่อไปเจ้าคิดรับมือการแก้แค้นของคนเถื่อนอย่างไร?”
“แม่ทัพใหญ่ คนเถื่อนไม่ถนัดโจมตีเมืองและปล้นค่าย ข้าคิดจะตั้งค่ายไว้ที่นี่ ให้ส่งสัญญาณตอบรับกับเมืองชายแดนจากระยะไกลได้”
ฉินจงมองค่ายรั้วไม้ที่อยู่ไกลออกไป
“จะรักษาไว้ได้หรือ?”
หลินเฟิงกล่าวเสียงขรึมว่า “ข้าสั่งให้คนขุดคูน้ำไว้นอกค่ายรั้วไม้แล้ว ขอเพียงม้าศึกของคนเถื่อนข้ามมาไม่ได้ คนเถื่อนที่ไร้ม้าศึกก็ไม่ต่างจากเสือไร้เขี้ยว”
