ข่งจิ้นไม่ค่อยพอใจนัก จึงหันไปมองเหอจืออู่
“ใต้เท้าเหอ ซูทูถ่งไม่เห็นจำเป็นต้องจัดการเรื่องนี้ให้เอิกเกริกถึงเพียงนี้กระมัง”
เหอจืออู่ยิ้มประจบ
“แม่ทัพข่ง เฉินทงพ่านเป็นขุนนางที่ราชสำนักแต่งตั้งมา ท่านทูถ่งย่อมต้องให้ความสำคัญเป็นธรรมดา”
“เช่นนั้นทั้งสามฝ่าย ใครเป็นผู้ตัดสินใจ”
“ย่อมเป็นแม่ทัพข่งที่ตัดสินใจขอรับ”
ข่งจิ้นพยักหน้า ระดับตำแหน่งของเขาสูงที่สุด อีกทั้งยังมีกำลังพลมากที่สุด ย่อมสมควรเป็นแม่ทัพแต่เพียงผู้เดียว
สองพันต่อสองร้อย ต่อให้ฝีมือห่วยเพียงใด ใช้สิบคนรุมหนึ่งคน ก็คงไม่มีปัญหากระมัง
“ดี เช่นนั้นให้คนข้างในออกมา ทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วใช้เป็นกองบัญชาการ”
“ขอรับ ข้าน้อยจะไปแจ้งท่านแม่ทัพหลิน”
เหอจืออู่รับคำติด ๆ กัน ก่อนเดินเข้าไปในโถงใหญ่
ข่งจิ้นไม่ได้เข้าไปด้วย เพียงไพล่มือไว้ข้างหลังแล้วเดินสำรวจลานที่ว่าการอำเภอ
เมื่อเข้าไปในโถงใหญ่ เหอจืออู่ก็เอ่ยเสียงเบากับหลินเฟิง
“ท่านแม่ทัพหลิน พวกเราล้วนมาเพื่อช่วยใต้เท้าเฉิน ให้แม่ทัพข่งจิ้น แม่ทัพเจิ้นจวินชายแดน เป็นแม่ทัพใหญ่ดีหรือไม่”
หลินเฟิงรีบโบกมือ “ต่างคนต่างทำ ไม่ก้าวก่ายกัน”
“ท่านแม่ทัพหลิน อย่างไรก็เป็นการศึก ย่อมต้องมีแม่ทัพเป็นหนึ่งเดียว จึงจะเอาชนะศัตรูได้”
“ใต้เท้าเหอ ก็แค่โจรภูเขากลุ่มหนึ่ง ฝ่ายเรามีถึงสามพันคนแล้วกระมัง ยังต้องทำเช่นนั้นอีกหรือ”
“แต่หากไม่มีแม่ทัพหนึ่งเดียว ใครจะลงมือก่อนหลัง จะปราบโจรภูเขาอย่างไร ล้วนเป็นปัญหาทั้งสิ้น”
“เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหา ข้าจะให้พวกท่านเลือกเอง”
