เกวียนระลอกแรกมีทหารม้า 500 นายที่จางฉางโหย่นำทัพคุ้มกันอยู่ตรงกลาง เคลื่อนขบวนมุ่งสู่ทุ่งรกร้างอย่างเชื่องช้า
แม้ยามราตรีจะมาถึง กองคาราวานจุดคบเพลิงขึ้น ทว่าก็ยังเดินหน้าต่อไป
เมื่อขบวนเกวียนเคลื่อนมาถึงยามเที่ยงของวันถัดมา ทหารม้าสอดแนมก็เข้ามาแจ้งเตือน
ทหารม้าคนเถื่อนกองใหญ่เข้ามาใกล้ในระยะไม่เกิน 30 ลี้แล้ว
สำหรับทหารม้า ระยะทาง 30 ลี้ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงหนึ่งเค่อก็ไปถึง
จางฉางโหย่สั่งให้เกวียนทุกคันเริ่มเคลื่อนวนต่อกันหัวท้าย ก่อเป็นแนวป้องกันวงกลมอย่างหลวม ๆ
ทหารทั้ง 500 นายลงจากม้า แล้วผูกม้าศึกไว้กับเกวียน
พลธนูยืนประจำอยู่ภายในวงเกวียน เตรียมรับมือศัตรู
เป็นดังคาด ทหารม้าคนเถื่อนเกือบพันนายควบทะยานเข้ามาพร้อมเสียงกึกก้อง ไม่ถึงหนึ่งเค่อให้หลัง
จางฉางโหย่สั่งให้ยิงธนู ชั่วพริบตานั้น ลูกธนูขนปีกก็พุ่งเต็มฟ้าเข้าใส่กองทหารม้าคนเถื่อน
เมื่อพลธนูไม่อาจสกัดทหารม้าคนเถื่อนไว้ได้ พลหน้าไม้ก็เริ่มยิงใส่พวกที่ประชิดเข้ามา
ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันรับ
สถานการณ์เช่นเดียวกันเกิดขึ้นกับขบวนเกวียนที่อวี๋เหลยคุ้มกันอยู่ ทหารม้าคนเถื่อนเกือบพันนายโอบล้อมแนวป้องกันที่เกิดจากการจัดเกวียนเป็นวง แล้วเข้าจู่โจมไม่หยุดหย่อน
ทหารม้าสอดแนมของเว่ยเป้านำข่าวสถานการณ์รบกลับมารายงานหลินเฟิงอย่างรวดเร็ว
ยามนั้นหลินเฟิงนำทหารสามพันนายเดินลัดเป็นเส้นตรง มุ่งหน้าไปยังค่ายใหญ่ของคนเถื่อนที่ประตูตะวันออกเมืองชายแดน
ทหารม้าคนเถื่อนสองระลอกที่ออกมาปล้นเสบียง ล้วนมาจากค่ายตรงประตูตะวันออกแห่งนี้
เพราะพื้นที่แถบนี้อยู่ในเขตรับผิดชอบด้านการป้องกันของค่ายดังกล่าว
