ชายผู้นั้นเงยหน้าที่ก้มต่ำขึ้น มองไปเบื้องหน้าผ่านเส้นผมยาวยุ่งเหยิง
“หึ ๆ เป็นใต้เท้าหลี่สยงจริงด้วย ไม่พบกันเพียงไม่กี่วัน เหตุใดจึงมีสภาพเช่นนี้เล่า?”
หลี่สยงเพ่งพินิจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจำได้ว่าเป็นจางลี่เฉิง
คนผู้นี้อยู่ในป้อมมานานไม่น้อย แทบไม่มีผู้ใดเต็มใจคบค้าสมาคมด้วย
เขาเคยมาหาตนเพื่อขออาหาร เสื้อผ้า และที่พัก ทั้งยังเรียกร้องไม่น้อย
หลี่สยงคร้านจะรับมือ
คนผู้นี้ไม่ได้รับความโปรดปรานจากหลินเฟิง ย่อมไม่มีทางได้รับสีหน้าดี ๆ จากเขา
ดังนั้น ที่พักกับอาหารที่หลี่สยงจัดให้พวกเขาจึงแทบไม่ต่างจากของแรงงานเกณฑ์
ในใจคนผู้นี้ย่อมมีความขุ่นเคือง
ยามนี้หลี่สยงรู้สึกประหลาดใจยิ่ง เหตุใดอีกฝ่ายจึงยืนอยู่หน้าคุกอย่างผึ่งผาย ทั้งยังมองตนด้วยสีหน้าล้อเลียนเช่นนั้น?
ผู้คุมคุกตะโกนขึ้นข้างกาย “ผู้นี้คือใต้เท้าจาง เตี่ยนสื่อคนใหม่ ยังไม่รีบตอบให้ดีอีก!”
“เตี่ยนสื่อ?”
หลี่สยงถอนหายใจ
ตนถูกขังอยู่ในคุกเพื่อสำนึกผิด เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน จางลี่เฉิงก็ได้เป็นเตี่ยนสื่อแล้ว ไม่รู้ว่าใช้วิธีใด จึงทำให้พี่ใหญ่แต่งตั้งเขาให้มีตำแหน่งสำคัญ
หลี่สยงกำลังสำนึกผิดอยู่จริง ๆ หากกล่าวให้ถูกคือกำลังเสียใจที่ตนโลภทรัพย์สินเงินทอง จนเลอะเลือนไปชั่วขณะ
หลินเฟิงมอบภาระงานเสบียงสำคัญให้ตนดูแล เป็นงานที่มีผลประโยชน์มหาศาลเพียงใด
ขุนนางทหารและชาวบ้านในเขตชิงสุ่ย ใครบ้างไม่ต้องคอยเอาใจตน
น่าเสียดายที่ตนทำพังเสียแล้ว
ขออภัยพี่ใหญ่ด้วย!
ยิ่งกว่านั้นยังทำให้ตนเองและครอบครัวต้องอับอายจนไม่อาจเชิดหน้าได้