เมื่อทหารม้าคนเถื่อนล่าถอยไป
ประตูค่ายพลันเปิดออก เหล่าทหารช่างหลายร้อยนายกรูกันออกมา เริ่มเก็บกวาดสนามรบหน้าค่าย
ซ่อมแซมแนวป้องกัน รวบรวมเกาทัณฑ์และลูกธนูขนปีก เตรียมพร้อมรับศึกครั้งต่อไป
คนเถื่อนดื้อรั้นนัก มุ่งโจมตีค่ายของหวังเฉียนเพียงแห่งเดียว
คราวนี้พวกมันรู้จักหาทางแก้ จึงจัดเตรียมแผ่นไม้ไว้มากมาย แล้วฝ่าห่าธนูนำไปวางทับค่ายกลรวงผึ้ง
จากนั้นจึงให้ม้าศึกเหยียบแผ่นไม้บุกไปข้างหน้า
เพื่อลดแรงกดดันที่ค่ายของหวังเฉียน ค่ายทั้งสองด้านจึงเริ่มออกโจมตี คอยดึงกำลังทหารม้าคนเถื่อนไว้
ปี้หลานฮึดฮัดด้วยความโกรธ สั่งแบ่งกำลังพลในค่ายออกเป็นสี่กอง แต่ละกองมีทหารม้าสองพันนาย
เมื่อออกจากค่ายแล้วก็แยกไปสี่ทิศ บุกโจมตีค่ายทั้งสี่ของต้าจง
ทั้งสองฝ่ายเริ่มต่อสู้กันอย่างยืดเยื้อ
ค่ายต้าจงแห่งอื่น ๆ ก็ส่งทหารม้าออกมา ดึงความสนใจของคนเถื่อนไว้เช่นกัน
พวกเขายิงธนูใส่กองทัพคนเถื่อนจากระยะไกล รบกวนขบวนทัพให้ปั่นป่วน
ครั้นคนเถื่อนควบม้าตามมา พวกเขาก็ถอยกลับเข้าค่ายได้ทันท่วงที
ทั้งสองฝ่ายต่อสู้เช่นนี้อยู่สามสี่วัน
คนเถื่อนไม่อาจยึดค่ายได้แม้แต่แห่งเดียว
ทว่าในค่ายใหญ่ของคนเถื่อนมีกำลังพลกว่าหมื่นนาย ผ่านไปสามสี่วัน เสบียงอาหารก็เริ่มขาดแคลน
ปี้หลานนั่งอยู่ตามลำพังในกระโจมบัญชาการ ขมวดคิ้วมองรายงานการศึกเบื้องหน้า
เวลาไม่ถึงสี่วัน กองทหารม้าก็สูญเสียไปเกือบสามพันนายแล้ว
หากยังสู้เช่นนี้ต่อไป ผลลัพธ์ย่อมเลวร้ายเกินคาด
หลินเฟิงมิใช่ฉินจงหรือฉุยย่ง ที่เอาแต่หลบอยู่ในเมืองตั้งรับโดยไม่ออกมาสู้
ในหัวของเขามีแผนการแยบยลนับไม่ถ้วน จนผู้คนรับมือมิได้