หลินเฟิงหรี่ตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“จะล้วงวิธีทำของเขาออกมาได้หรือไม่?”
“เขาเลิกทำธนูแล้ว วิธีทำยิ่งมีเพียงถ่ายทอดให้บุตรชาย พวกเราคงแย่งชิงมาดื้อ ๆ ไม่ได้กระมัง?”
“อืม แย่งชิงไม่ได้จริง ๆ...เราต้องใช้ปัญญาเอา”
หลินเฉี่ยวเม่ยยิ้ม “ไม่ต่างจากแย่งชิงสักเท่าไรหรอก”
หลินเฟิงเริ่มคันไม้คันมือ เขาหลงใหลในธนูเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
แม้จะเหนือกว่าธนูผสมของตนเพียงเล็กน้อยก็ตาม
ในวิชาการทำธนูที่ก้าวหน้าเพียงนี้ หากยังพัฒนาได้อีกนิดเดียว ก็ถือเป็นความสำเร็จอันน่าทึ่งแล้ว
“ไปเถิด กลับไปคุยกัน เจ้าเล่ารายละเอียดให้ข้าฟังอีกครั้ง”
หลินเฟิงพาหลินเฉี่ยวเม่ยเดินกลับไป
เมื่อแผนชักชวนผู้คนและดึงดูดพ่อค้าเข้าสู่เมืองชายแดนเริ่มดำเนินการ นอกจากจะดึงดูดผู้ลี้ภัยมาได้มากมายแล้ว ยังมีพ่อค้าและช่างฝีมืออีกไม่น้อย
ในหมู่คนเหล่านี้มีผู้มีความสามารถอยู่ด้วย
จากที่หลินเฉี่ยวเม่ยเล่า ธนูคันนี้เป็นผลงานของชายชรานามเหลียงจิ้นไฉ
ผู้ใช้ธนูคือหัวหน้ากองทหารรักษาการณ์เมืองชายแดน นามเหลียงหย่ง ซึ่งเป็นหลานชายห่าง ๆ ของเหลียงจิ้นไฉ
หลินเฉี่ยวเม่ยบังเอิญพบเข้าครั้งหนึ่งว่าธนูคันนี้มีแรงดีดสูง จึงเกิดความสนใจขึ้นมา
แต่ตามคำบอกเล่าของหลานชายห่าง ๆ ของเหลียงจิ้นไฉ บุตรชายทั้งสองของท่านลุงล้วนตายเพราะธนู ชายชราจึงสาบานแล้วว่าชาตินี้จะไม่ทำธนูอีก และจะนำวิชาทำธนูนี้ลงโลงไปด้วย
หลินเฟิงฟังแล้วครุ่นคิดอยู่นาน
เช่นนี้ไม่ได้การ ธนูคันนี้ยิ่งศึกษาก็ยิ่งติดใจ
นอกจากแรงดีดจะสูงแล้ว ตอนขึ้นสายยังรู้สึกว่าออกแรงน้อยกว่าธนูผสมของตนเล็กน้อยด้วย