“เฮ้ ข้าบอกพวกเจ้าไว้ก่อนนะ ยามนี้ไม่เหมือนวันวานแล้ว ข้าผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดมา ฝีมือไม่ธรรมดาเชียว”
จ้าวซั่วเชิดหน้าพูดอย่างภาคภูมิใจ
“ถุย คนที่โดนอัดมากที่สุดก็คือเจ้านั่นแหละ”
“ซูหยุ่นยังสู้ข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“เหลวไหล ข้าวิ่งเร็วกว่าเสียอีก”
หลินเฟิงส่ายหน้าอย่างจนใจ เจ้าพวกนี้ไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับนายทหารอย่างพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
“จ้าวซั่ว พาพวกเขาออกไปเที่ยว”
คราวนี้จ้าวซั่วถึงนึกขึ้นได้ว่าที่นี่ยังเป็นสถานที่เจรจาทางการทูต
เขาโบกมือไล่คนหลายคน “ไป ๆ อย่ามาขวางหูขวางตาอยู่ตรงนี้”
“ข้างในเป็นใครหรือ?”
“พวกคนเถื่อน มาเจรจา”
“เจรจาเรื่องอะไร?”
“มาซื้อคนที่ถูกจับไว้”
คนกลุ่มนั้นพึมพำกันพลางเดินออกไปทางประตูเรือน
ในที่สุด ห้องรับรองของสถานีพักม้าก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
หลินเฟิงยิ้มให้จ๋ายตัวจื้อ “ฮ่า ๆ คนหนุ่มสาวไร้มารยาทกันยิ่งนัก”
“แค่ก ๆ เหมือนกัน เหมือนกัน”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง จ๋ายตัวจื้อก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ท่านแม่ทัพหลิน ท่านเห็นว่าราคานี้...”
“กองทัพของพวกเจ้าไม่อาจถอนกำลังออกจากชายแดนได้จริงหรือ?”
“เรื่องนี้ทำไม่ได้จริง ๆ”
หลินเฟิงแสร้งทำท่าครุ่นคิดอยู่เนิ่นนาน ก่อนกัดฟันกล่าวว่า
“เช่นนั้น ทรัพย์สินเงินทองที่พวกเจ้านำมา เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็นอย่างไร?”
จ๋ายตัวจื้อถึงกับตะลึง ทรัพย์สินเงินทองที่พวกเขานำมานั้นหนักอึ้งอยู่แล้ว หากเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวก็เรียกร้องเกินควรไปหน่อย
น่าถ่านโกรธจนแทบอกระเบิด ชักดาบเอวออกจากฝักดังชิ้งอีกครั้ง
“ไอ้หนุ่ม รังแกกันเกินไปแล้ว! ข้าจะตัดหัวสุนัขของเจ้าเสียเดี๋ยวนี้!”