คนแก่ที่บอกว่าตัวเองไม่เคยออกจากบ้านเลย จะมีมือที่ผิวเนียนขนาดนี้ได้อย่างไร?
มือคู่นี้ดูเหมือนมือของคนวัยยี่สิบสามสิบมากกว่า
พอมองรอยย่นบนใบหน้าของคนแก่คนนั้นอีกครั้ง ใบหน้านี้...
สวีหลินที่แต่แรกไม่ได้ใส่ใจนักพลันเกิดความคิดขึ้นมา จ้องใบหน้าของคนแก่แล้วเริ่มคำนวณ พอคำนวณเสร็จ สวีหลินก็ร้องในใจว่าให้ตายเถอะ
ใคร ๆ ก็พูดว่าบนรถไฟเป็นสถานที่ที่เกิดเหตุไม่คาดฝันได้บ่อย คำพูดนี้ไม่ผิดเลยจริง ๆ สวีหลินพบว่าตัวเองนั่งรถไฟทีไรก็มีโอกาสเจอคนไม่ดีอยู่เรื่อย
คนแก่ที่อ้างว่าชื่อโจวถิงคนนี้ จะเรียกว่าคนแก่ก็ไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้แก่เลยสักนิด
เครื่องสำอางบนใบหน้าเป็นของปลอม แถมแต่งหน้าได้ไม่ใส่ใจเอาเสียเลย ถึงขั้นลืมแต่งมือไปด้วย
เขาไม่ลองคิดดูบ้างหรือว่ามือของคนแก่จะมีผิวเนียนได้อย่างไร?
ตอนนี้สวีหลินตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เรียกโจวถิงว่าคนแก่อีกต่อไป เขาไม่คู่ควร
ในเมื่อโจวถิงเป็นฝ่ายเข้าหาเธอ สวีหลินก็ตัดสินใจจะเล่นตามน้ำให้ดี อยากเห็นนักว่าโจวถิงคิดจะวางแผนอะไรกับเธอ
ฮึ ๆ หวังว่าถึงตอนนั้นโจวถิงจะไม่เสียใจจนร้องไห้ก็แล้วกัน
“คุณไปเมืองลั่วเฉิงมีธุระหรือคะ?” สวีหลินเอียงคอ ทำสีหน้าไร้พิษภัยน่ารักน่าเอ็นดู
“ใช่ ลูกชายฉันให้ไปอยู่ที่เมืองลั่วเฉิงเพื่อพักผ่อน เฮ้อ ฉันใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็ก ๆ มาทั้งชีวิต แม้จะใฝ่ฝันอยากอยู่เมืองใหญ่ แต่ก็ยังรู้สึกหวั่นใจอยู่”
“อย่างนั้นหรือคะ ลูกชายคุณกตัญญูจริง ๆ” สวีหลินทำหน้าอิจฉา ก่อนถามต่อด้วยความอยากรู้ “ลูกชายคุณทำงานอะไรหรือคะ?”