ตอนนี้ในบรรดาพี่ชายทั้งสามของตี้อู่ชิงเสวี่ย มีเพียงคนที่ยังประจำการอยู่ในกองทัพเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ
แต่ก็ยากจะรับประกันว่าตระกูลโจวจะไม่ใช้เส้นสายลงมือกับตี้อู่หมิงจือเพื่อถอนรากถอนโคน
เมื่อสวีหลินคิดจนเข้าใจต้นสายปลายเหตุแล้ว ก็อดคิดในใจไม่ได้ว่าโชคดีที่เธอมาด้วยตัวเอง หากมาช้ากว่านี้อีกหน่อย ตี้อู่ชิงเสวี่ยคงมีเรื่องให้ร้องไห้แน่
ถ้าพี่ชายทั้งสองกับครอบครัวเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นมาจริง ๆ ต่อให้เสียใจก็ไม่มีที่ไหนขายยาแก้เสียใจหรอก
สวีหลินวางเงินค่าอาหารลง แล้วตัดสินใจไปเจอโจวเจี้ยนสงสักหน่อย เธออยากรู้จริง ๆ ว่าตระกูลโจวเป็นคนแบบไหน ถึงได้เลี้ยงลูกหลานรุ่นสองให้วางอำนาจบาตรใหญ่ได้ขนาดนี้
ภัตตาคารของรัฐเมืองลั่วเฉิงกำลังคึกคักในช่วงมื้อเย็นพอดี โจวเจี้ยนสงพาลูกน้องกลุ่มหนึ่งยึดห้องส่วนตัวขนาดใหญ่ไว้ คนทั้งกลุ่มกินดื่มกันอย่างสนุกสนาน
เมื่อเหล่าลูกน้องยกแก้วมาดื่มอวยพร โจวเจี้ยนสงก็รับหมดไม่ปฏิเสธ ดื่มอย่างห้าวหาญ ราวกับมีแรงดื่มได้เป็นพันจอก
“พี่โจว แก้วนี้ขออวยพรให้พี่ได้เลื่อนเป็นหัวหน้าทีมในวันพรุ่งนี้เลยครับ” หวงเสี่ยวหู่ยกแก้วขึ้น ตัวแทบจะก้มงอจนเป็นมุมฉาก
รอยยิ้มประจบประแจงกับคำพูดของเขาทำให้โจวเจี้ยนสงพอใจทันที เจ้าตัวจึงยกแก้วชนกับเขา แล้วเอ่ยสั้น ๆ ว่า
“หมดแก้ว!”
“หมดแก้ว!” หวงเสี่ยวหู่รีบยกแก้วดื่มรวดเดียวหมด “พี่โจวครับ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่ความสามารถของพี่ ต่อให้ไม่ใช่หัวหน้าทีม เป็นถึงผู้อำนวยการก็ยังได้เลยครับ”
“นั่นสิ พี่โจวเป็นคนมีความสามารถจริง ๆ เสียก็แค่ยังอายุน้อยไปหน่อย”