โจวซุ่นเหลือบมองเหวยเทาที่ยืนอยู่ไม่ไกล แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า
“งานประสานต่อจากนี้ให้สหายเหวยเทารับผิดชอบ ผมจะเปลี่ยนจากทำงานในเงามาเป็นเปิดเผยตัว”
หืม? สวีหลินมองโจวซุ่นอย่างไม่เข้าใจ การเปลี่ยนจากทำงานในเงามาเป็นเปิดเผยตัว ย่อมยิ่งอันตรายกว่าเดิม แทบจะเท่ากับทำงานอยู่ใต้ปากกระบอกปืนของศัตรู
สวีหลินอดถามไม่ได้ “คุณหาโอกาสกลับประเทศไม่ได้เหรอ?”
“ไม่ได้ ถ้าผมหายตัวไปกะทันหัน สหายคนอื่นก็จะตกอยู่ในอันตราย ผมเห็นแก่ตัวขนาดนั้นไม่ได้”
รอยยิ้มของโจวซุ่นเจือความขมขื่นอยู่เล็กน้อย เขารู้ว่าคงอยู่กับสวีหลินนานไม่ได้ จึงเข้าเรื่องทันที
“ผมจะดึงคนที่สะกดรอยตามอยู่ไป เธอกับสหายเหวยเทาไปเจอกันที่สวนสัตว์นะ
ถ้าไม่รู้ทาง ก็ตามหลังสหายเหวยเทาไปได้”
สวีหลินถอนหายใจแผ่วเบา เธอรู้ว่ามีผู้คนมากมายที่แบกรับภาระและก้าวเดินไปข้างหน้า แต่เมื่อได้เผชิญหน้ากับคนเหล่านี้โดยตรง ใจเธอก็ยังหนักอึ้งอยู่ดี
“ฉันรู้ทางไปสวนสัตว์ บอกสหายเหวยเทาให้ไปก่อนได้เลย”
พูดจบ สวีหลินก็เลี้ยวไปทางตรอกเล็กข้างทาง ท่าทางราวกับเธอกับโจวซุ่นเพียงบังเอิญเดินมาด้วยกันช่วงหนึ่งเท่านั้น
โจวซุ่นรับคำเบา ๆ โดยไม่หันกลับไปมองสวีหลิน เขาเพียงยกแขนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วเดินตรงไปข้างหน้า
เหวยเทาที่ได้รับสัญญาณก็ถอนตัวออกไปทันที มุ่งหน้าไปยังสวนสัตว์
เดินไปได้ระยะหนึ่ง สวีหลินก็พบอย่างประหลาดใจว่าทิศทางที่เธอกำลังมุ่งหน้าไปนั้นเป็นทางเดียวกับที่คลาเรนส์จากไป
ดีที่คลาเรนส์ไปแล้ว ไม่อย่างนั้นถ้าบังเอิญเจอกันขึ้นมา คงต้องเสียเวลาเอาตัวรอดอีก
