ตูม! ตูม!
จากนั้น เสียงระเบิดกึกก้องหกครั้งดังก้องขึ้น ณ ใจกลางสำนักใหญ่ตระกูลเฉิน ชายชราหกคนลอยขึ้นสู่ฟ้า ก้าวออกมาอย่างช้า ๆ
ชายชราทั้งหกมีรูปร่างผอมโซ ใบหน้าเหี่ยวย่น ทว่าดวงตาเปล่งประกายคมกริบ จนไม่มีผู้ใดกล้าสบ
ปรมาจารย์ขั้นสร้างปราณปฐพีทั้งหก!
ฟิ้ว!
ร่างของเย่อวิ๋นเฟยถอยร่นฉับพลัน สีหน้าฉายแววเคร่งขรึม
เขาถอยไปไกลถึงหนึ่งหมื่นเมตรจึงหยุด
ระยะเท่านี้ สำหรับเย่อวิ๋นเฟยแล้ว ปลอดภัยอย่างแน่นอน
แม้แต่ปรมาจารย์ขั้นสร้างปราณปฐพี ก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้
“สหายน้อย เจ้าลงมือรุนแรงเกินไปแล้วกระมัง
เกือบสังหารผู้ฝึกขั้นรวมจิตแท้ของตระกูลข้าไปกว่าครึ่ง”
ชายชราผู้หนึ่งจ้องมองเย่อวิ๋นเฟยซึ่งอยู่ไกลออกไปหนึ่งหมื่นเมตร เอ่ยถาม
“ตระกูลเฉินคิดสังหารข้าหลายครั้ง ข้าเพียงมาเรียกร้องความยุติธรรมเท่านั้น”
เย่อวิ๋นเฟยตอบเรียบ ๆ
“เจ้าไม่กลัวหรือว่าจะต้องตายที่นี่?”
ชายชราผู้นั้นหรี่ตาถาม
ถ้อยคำแฝงไว้ด้วยการข่มขู่
“ด้วยเพียงตระกูลเฉินของพวกเจ้า ยังไม่สามารถปลิดชีวิตข้าได้”
เย่อวิ๋นเฟยหัวเราะเย็นชา
“ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่โอหังนัก
ดี ข้าจะลองดูว่าเจ้ามีความสามารถสักเพียงใด”
ชายชราผู้นั้นกล่าวจบก็โบกมือ
ค้อนสงครามสีแดงเล่มนั้นลอยมาอยู่ตรงหน้าเขา
ตูม...
ค้อนสงครามสั่นสะเทือนเบา ๆ ระลอกพลังราวมหาสมุทรแผ่กระจาย ทุกสิ่งที่มีรูปร่างในรัศมีหลายร้อยเมตรถูกแหลกเป็นผุยผงในพริบตา
ศาสตราเทพระดับหงที่ถูกปรมาจารย์ขั้นสร้างปราณปฐพีควบคุมด้วยตนเอง พลังอำนาจน่าสะพรึงยิ่งนัก
กล่าวได้ว่า ศาสตราเทพระดับหง จะแสดงพลังที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในมือของผู้แข็งแกร่งขั้นสร้างปราณปฐพี
