เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลิงชวนก็ตื่นขึ้น สั่งให้แมลงวันไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาด ส่วนตนเองตั้งกระทะเหล็กใบใหญ่กลางลานหน้าหอประชุมของจวนแม่ทัพ
เสี่ยวเป่ยเห็นเข้าก็รู้ทันทีว่านี่จะกินหม้อไฟ จึงรีบวิ่งมาช่วยก่อไฟ
“ท่านอา ท่านทำแต่หม้อไฟอย่างเดียวหรือขอรับ” เสี่ยวเป่ยถาม
“ไม่ใช่แน่นอน อาทำได้หลายอย่างนัก แต่คนมากต้องกินหม้อไฟถึงจะมีบรรยากาศ” หลิงชวนกล่าวยิ้ม ๆ
ไม่นาน แมลงวันก็พาต้าหนิวซื้อของกลับมา มีทั้งเนื้อหมูเนื้อแกะ ก็เพราะจงหยวนทำเกษตรกรรมเป็นหลักมาช้านาน ปกติไม่อนุญาตให้ฆ่าโคไถนา การจะซื้อเนื้อวัวย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
อย่างน้อยก็ไม่อาจเหมือนตอนอยู่หมาฟงโข่ว ที่ยึดวัวแกะจำนวนมากจากฮั่วหยวนชิงแล้วกินได้อย่างไม่อั้น
“ไปเรียกอวี๋เล่อกับหวังหมาจื่อมาช่วย” หลิงชวนสั่งแมลงวัน
ไม่นานทั้งสองก็ถูกเรียกตัวมา นึกว่าแม่ทัพมีภารกิจจะสั่ง แต่หลิงชวนมองปราดหนึ่งก็อดยิ้มไม่ได้ “ข้าให้พวกเจ้ามาสับเนื้อ จะใส่เกราะมาทำไม”
ทั้งสองกลั้นขำไม่ได้ รอถอดเกราะไม่ไหว รุดขึ้นหยิบมีดทำครัวเริ่มสับเนื้อ
“แม่ทัพ นี่จะห่อเกี๊ยวหรือขอรับ” อวี๋เล่อถามด้วยความสงสัย
“ทำลูกชิ้นหมู” หลิงชวนตอบ
“ลูกชิ้น มันคือสิ่งใด รสชาติดีหรือไม่ขอรับ” หวังหมาจื่อถามพลางสับเนื้อ
อวี๋เล่อเห็นดังนั้น สีหน้าประหลาดพิกล “ท่านพี่หวัง มิฉะนั้น ท่านไปปอกมันฝรั่งเถิด ข้าเกรงอีกประเดี๋ยวทุกคนรู้ว่าเนื้อนี้ท่านสับจะกินไม่ลง”
