พูดตามตรง หากไม่มีคนอย่างช่างเหล็กแซ่หยางคอยแบกภาระอยู่ที่นี่ แค่เรื่องหลอมหล่อยุทธภัณฑ์ก็ทำเอาหลิงชวนปวดหัวจนแทบกระอักแล้ว
จากนั้น ทั้งสองก็เดินตามช่างเหล็กแซ่หยางเข้าไปในโรงหล่ออันอึกทึก
โต๊ะทำงานยาวเหยียดเต็มไปด้วยแผ่นเกราะที่เพิ่งหล่อเสร็จ เหล่าช่างฝีมือกำลังก้มหน้าก้มตาขัด เจาะรู และอบชุบความร้อน เมื่อเห็นทั้งสองมา ช่างหนุ่มหัวไวคนหนึ่งก็รีบลุกขึ้น
“ท่านอาจารย์หยาง ท่านมาแล้วหรือขอรับ!”
ช่างเหล็กแซ่หยางตบหลังศีรษะเขาอย่างหมั่นไส้พลางหัวเราะด่า “ไม่มีมารยาท! แม่ทัพหลิงอยู่ตรงนี้แท้ ๆ ยังไม่รีบไปคารวะอีก หรือจะให้คนอื่นว่าเด็กที่ข้าสอนไม่มีมารยาท?”
ช่างหนุ่มตกใจจนสะดุ้ง รีบก้มตัวจะคุกเข่าโขกศีรษะทันที “ราษฎรไร้ความรู้ ขอคำนับแม่ทัพ!”
ช่างฝีมือรอบข้างเห็นท่าทางก็พากันจะคุกเข่าลงตาม
“ทุกท่านเหนื่อยยากแล้ว ไม่ต้องมากพิธี!” หลิงชวนยกมือปรามเบา ๆ “ข้าเพียงแวะมาดูเฉย ๆ พวกท่านไปทำหน้าที่ของตนเถิด”
ทว่า ช่างหนุ่มคนนั้นกลับไม่ยอมลุกขึ้น ซ้ำยังก้มศีรษะลงต่ำอีก เสียงสั่นเครือด้วยความตื้นตันจนแทบสะอื้น
“แม่ทัพ! ผู้น้อย...ผู้น้อยขอแทนผู้เฒ่าและเด็กที่หนีตายมาทั้งหมู่บ้าน โขกศีรษะขอบคุณแม่ทัพที่ไว้ชีวิต! หากแม่ทัพไม่รับเราไว้ ให้ที่พักพิงและหาเลี้ยงชีพด้วยฝีมือนี้ พวกเรา...พวกเราคงหิวตายหรือหนาวตายระหว่างทางหนีตายไปแล้ว!”
หลิงชวนถามจนรู้ว่า ช่างฝีมือกลุ่มนี้ล้วนเป็นราษฎรพลัดถิ่นที่หนีภัยสงครามมาจากจี้โจว ก่อนหน้านี้จี้โจวถูกทัพสามเผ่าของหูเจี๋ยบุกตีแตก บ้านเรือนพังพินาศ ไร้หนทางจึงต้องละทิ้งบ้านเกิด ระหกระเหินมาจนถึงอวิ๋นโจว