ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ..
สวีเจิ้งกับหลี่ชิงอวี๋ต่างมองหน้ากันเช่นนี้..
หลี่ชิงอวี๋ไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี้ แต่เป็นปัญญาชนหนุ่มสาวที่เดินทางมาจากในเมืองเมื่อสิบปีก่อน
ตอนนั้นเธอเพิ่งอายุสิบแปด..
วันหนึ่งหลังจากมาอยู่ชนบท เธอพลัดตกลงไปในทะเล โชคดีที่สวีเจิ้งผ่านมาพอดี กระโดดลงทะเลช่วยเธอขึ้นมา..
บุญคุณที่ช่วยชีวิต บวกกับสวีเจิ้งตัวสูงหน้าตาหล่อเหลา ทำให้หลี่ชิงอวี๋เกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อสวีเจิ้ง..
ส่วนหลี่ชิงอวี๋เองก็มีใบหน้างดงามน่ารัก สวีเจิ้งก็รู้สึกดีกับเธอเช่นกัน ทั้งสองจึงคบหากัน
แต่งงานกันจนถึงตอนนี้ก็สิบปีแล้ว..
หลี่ชิงอวี๋ยังจำได้ลาง ๆ ว่า ตอนที่เธอคลอดลูกแฝดสามกลุ่มแรก ในวันที่ลูกเกิด สวีเจิ้งรู้ว่าเธอคลอดแฝดสาม แล้วทั้งหมดเป็นผู้หญิง สีหน้าของเขาก็แสดงความผิดหวังออกมาอย่างไม่ปิดบัง..
หลังจากนั้นลูกสาวก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ท่าทีของสวีเจิ้งที่มีต่อลูกสาวและเธอก็แย่ลงเรื่อย ๆ..
จากครั้งแรกที่ด่าลูก ไปจนถึงครั้งแรกที่ลงมือตีเธอ หลังจากนั้นการด่าทอและทุบตีก็กลายเป็นเรื่องปกติประจำวัน..
หัวใจของหลี่ชิงอวี๋ได้มอดไหม้จนสิ้นเยื่อใย..
เธอเสียใจเหลือเกินที่ตอนแรกสวีเจิ้งมาช่วยชีวิตเธอ ตอนนั้นตนน่าจะตายไปเลยยังดีกว่า!
สิ่งเดียวที่พยุงให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อได้ในตอนนี้ก็คือลูกสาวทั้งแปด..
รวมกับลูกที่อยู่ในอ้อมอกอีกหนึ่งคนก็เป็นคนที่เก้า..
"สวีเจิ้ง.. ฉันขอร้องล่ะ เห็นแก่ที่เราเคยอยู่ด้วยกันมา อย่าโยนลูกลงทะเลได้ไหม?"
เม้มริมฝีปากที่ไร้สีเลือด หลี่ชิงอวี๋อ้อนวอน
สวีเจิ้งฟังจบกำลังจะพูด หลี่ชิงอวี๋ก็พูดอีกว่า "ฉันขอหย่ากับนาย.. ให้นายกับฉันหย่ากันเถอะ ลูกทั้งเก้าให้ฉัน.. ฉันจะเลี้ยงพวกเขาเอง นายไปหาคนใหม่เถอะ.. ขอร้องล่ะ.."
พูดไปน้ำตาของหลี่ชิงอวี๋ก็พร่าเลือนจนมองไม่เห็น
สวีเจิ้งรู้สึกว่าจมูกตัวเองปะดังจะร้องไห้ เขายื่นมือออกไปหมายจะจับมือหลี่ชิงอวี๋ แต่สังเกตว่าหลี่ชิงอวี๋เห็นมือของเขาแล้ว แววตาแสดงความหวาดกลัว มือของสวีเจิ้งจึงหยุดกลางอากาศ..
สองวินาทีต่อมา..
เพียะ!
เสียงดังกร้าว!
สวีเจิ้งตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่
การกระทำกะทันหันนี้ทำให้หลี่ชิงอวี๋ตกใจสะดุ้ง พร้อมกันนั้นเด็กน้อยในอ้อมอกก็ตกใจตื่นขึ้นมาร้องไห้จ้า
"ภรรยา ขอโทษนะ.. สิบปีมานี้ผมผิดไปแล้ว ผมจะไม่โยนลูกลงทะเล จากนี้ไปผมจะไม่ตบตีหรือดุด่าลูกอีก แล้วก็จะไม่ตีไม่ด่าเธออีกด้วย.."
สวีเจิ้งตาแดงก่ำพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
เมื่อได้ยินคำพูดของสวีเจิ้ง หลี่ชิงอวี๋ก็ตะลึงค้างอยู่ตรงนั้น
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมสวีเจิ้งถึงพูดเช่นนี้ออกมากะทันหัน แต่เมื่อใช้ชีวิตร่วมกันสิบปี เธอไม่เชื่อคำพูดของสวีเจิ้งในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย เธอจึงเงียบ ไม่ตอบสนอง
และในตอนนั้น..
ประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง พี่สะใภ้หิ้วถังน้ำร้อนเดินเข้ามา
เมื่อเข้ามาแล้ว พี่สะใภ้วางถังน้ำร้อนไว้ข้างเตียง หางตาเหลือบเห็นรอยฝ่ามือสีแดงจัดบนใบหน้าสวีเจิ้ง มือของเธอก็ชะงักไปเล็กน้อย
สวีเจิ้งมองไปที่พี่สะใภ้แล้วพูดว่า "พี่สะใภ้ ให้ผมจัดการเถอะครับ พี่พาพ่อแม่กับพี่ชายกลับไปก่อนเถอะ"
สวีเจิ้งกับพ่อแม่แยกบ้านอยู่แล้ว พ่อแม่อยู่กับพี่ชาย..
"อืม ได้.."
พี่สะใภ้พยักหน้า
สวีเจิ้งนึกอะไรบางอย่างแล้วพูดอีกว่า "อ้อ พี่สะใภ้ สองสามวันนี้รบกวนช่วยดูแลอาใหญ่ อาซื่อและพวกของผมหน่อยนะครับ.."
หลังจากพูดจบ สวีเจิ้งก็เห็นพี่สะใภ้มองตนด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ต่อเรื่องนี้ สวีเจิ้งรู้สึกขมขื่นในใจ..
ในชาติก่อนเขาทอดทิ้งลูกสาวทั้งแปด ไม่เคยถามไถ่ เมื่อไหร่กันที่เคยพูดคำเช่นนี้
พี่สะใภ้ประหลาดใจไปสองสามวินาทีก็ตั้งสติได้ พูดยิ้ม ๆ ว่า "ได้สิ พวกเด็ก ๆ ไม่ต้องห่วงนะ ดูแลชิงอวี๋ให้ดีก่อนดีกว่า เธอสองคนแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดกันดี ๆ นา.."
พูดจบพี่สะใภ้ก็หันตัวเดินออกจากประตูไป
หลังจากพี่สะใภ้จากไป สวีเจิ้งก็ย่อตัวลง เอื้อมมือหยิบผ้าขนหนูในถังขึ้นมา บิดแห้งแล้วเริ่มเช็ดตัวให้หลี่ชิงอวี๋
รู้สึกถึงผ้าอุ่น ๆ เคลื่อนไปบนตัว หลี่ชิงอวี๋ไม่ขยับเขยื้อน..
"เสี่ยวจิ่วร้องไห้ คงจะหิว.."
สวีเจิ้งเอ่ยขึ้นในตอนนี้
หลี่ชิงอวี๋ฟังแล้วก็ไม่สนใจว่ามีสวีเจิ้งอยู่ข้าง ๆ ปลดกระดุมเสื้อเผยให้เห็นก้อนกลม ๆ จรดเข้าปากเสี่ยวจิ่ว
เสี่ยวจิ่วตามสัญชาตญาณอ้าปากเล็ก ๆ งับก้อนกลม ๆ แล้วดูดแรง..
สวีเจิ้งไม่ได้มองภาพนี้ เขาล้างผ้าขนหนูในน้ำร้อนแล้วเริ่มเช็ดท่อนล่างให้หลี่ชิงอวี๋..
ไม่นานถังน้ำร้อนก็กลายเป็นถังเลือด..
มองถังเลือดนั้น สวีเจิ้งเกลียดที่ตัวเองในชาติก่อนช่างเลวทรามเหลือเกิน!
ครู่ต่อมา..
สวีเจิ้งเช็ดตัวให้หลี่ชิงอวี๋เสร็จ ส่วนเสี่ยวจิ่วที่อยู่ในอ้อมกอดของหลี่ชิงอวี๋ก็ดูดอิ่มนอนหลับไป
หลี่ชิงอวี๋ที่เพิ่งคลอดลูกเสร็จก็อ่อนล้าแทบหมดแรง เกิดอาการง่วง แต่เธอกลัวว่าหลับไปแล้ว สวีเจิ้งหรือแม่ของสวีเจิ้งจะแอบเอาลูกไปทิ้ง จึงฝืนประคองสติไม่กล้าหลับ
สวีเจิ้งก็เข้าใจความกังวลของหลี่ชิงอวี๋ เขายกถังน้ำไปเทก่อน แล้วกลับมาพร้อมเชือกเส้นหนึ่งเข้าห้อง
ในสายตาที่ระแวดระวังและงุนงงของหลี่ชิงอวี๋ สวีเจิ้งผูกเชือกปลายหนึ่งเข้ากับข้อมือหลี่ชิงอวี๋ และอีกปลายเข้ากับข้อมือเด็ก
ทำเสร็จแล้วสวีเจิ้งก็พูดว่า "เอาล่ะ ตอนนี้เธอกับลูกถูกผูกไว้ด้วยกันแล้ว ถ้ามีอะไรขยับ เธอต้องตื่นแน่ ๆ งั้นพักผ่อนบ้างเถอะ เดี๋ยวผมไปเอาอะไรมาให้กิน"
พูดแล้วสวีเจิ้งก็ไม่สนใจสีหน้าประหลาดใจของหลี่ชิงอวี๋ หันตัวเดินจากไป
เมื่อสวีเจิ้งจากไป.. หลี่ชิงอวี๋มองเชือกที่ผูกไว้บนข้อมือ แล้วมองเสี่ยวจิ่วในอ้อมแขน แขนเล็กเรียวก็ออกแรงกอดแน่นขึ้น..
.............
ทางด้านสวีเจิ้ง หลังจากออกจากห้อง ก็เดินออกจากบ้านเลย
มาถึงข้างนอก เดินไปถึงต้นมะพร้าวต้นหนึ่ง..
มองขึ้นไปที่ยอดต้นเห็นลูกมะพร้าวเขียวสองสามผล สวีเจิ้งก็ใช้มือทั้งสองจับลำต้นมะพร้าวแล้วปีนขึ้นไป
ด้วยความเป็นชาวเกาะหลาน สวีเจิ้งฝึกฝนจนมีทักษะปีนต้นไม้..
โดยไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย สวีเจิ้งปีนป่ายขึ้นถึงยอดต้นมะพร้าวอย่างรวดเร็ว มือหนึ่งจับลำต้น อีกมือหนึ่งจับลูกมะพร้าวแล้วออกแรงดึง..
ไม่นานลูกมะพร้าวก็ถูกเด็ดลงมา..
เด็ดแล้ว สวีเจิ้งก็ค่อย ๆ ไถลตัวลงจากต้น
ฟู่ฟู่..
หายใจกระชั้นเล็กน้อย นวดข้อมือไปมา ใบหน้าสวีเจิ้งเผยสีตื่นเต้น
ในชาติก่อนเพราะเขามักดื่มเหล้าอย่างหนัก ร่างกายถูกเขาทำลายย่ำแย่ พอเป็นมะเร็งยิ่งทุกข์ทรมานทุกวัน
ครั้งนี้ได้เกิดใหม่ เมื่อสัมผัสร่างกายกำยำแข็งแรงของตน สวีเจิ้งสาบานในใจว่า ชาตินี้จะต้องเปลี่ยนแปลง จะต้องชดเชยความผิดที่ก่อไว้ในชาติก่อน!
ก้มลง.. หยิบลูกมะพร้าวบนพื้น สวีเจิ้งก็เดินไปอีกทางหนึ่ง
เขาตั้งใจจะทำต้มมะพร้าวไก่บำรุงร่างหลี่ชิงอวี๋เสียหน่อย ยังไงก็เพิ่งคลอดลูก อีกทั้งหลายปีมานี้ตามสวีเจิ้งมา หลี่ชิงอวี๋ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายเลย ร่างกายโทรมมาก ต้มมะพร้าวไก่ไม่เพียงแต่บำรุงมาก แต่ยังช่วยฟื้นฟูหลังคลอดอีก..
เพียงแต่มะพร้าวหาง่าย แต่ไก่นี่สิหายาก..
ครอบครัวที่เลี้ยงไก่ก็ล้วนหวงไก่เหมือนแก้วตาดวงใจ เก็บไว้ไข่ ไม่ยอมขายให้เขาแน่ ต่อให้ขายให้ เขาก็ไม่มีเงินซื้อ
อยากได้ไก่ก็ต้องขึ้นเขาไปจับไก่ป่า..
อย่ามองว่าหมู่บ้านของสวีเจิ้งอยู่ติดชายทะเล แต่ด้านหลังหมู่บ้านไม่ไกลก็มีภูเขาแห่งหนึ่ง..
ภูเขาแบบนี้คนรุ่นหลังเรียกกันว่า 'ดังสนั่นทะเลทิวา' หรือเรียกอีกอย่างว่า 'เขาหลินไห่' บนเขามีสัตว์ป่ามากมาย ไก่ป่า หมูป่า ชะนี แล้วก็พวกนกนานาชนิด
ปกติชาวบ้านนอกจากลงทะเลจับปลากันแล้ว พวกเขาก็ยังทำกับดักไปวางบนเขาจับสัตว์ป่ากันบ้าง..
แน่นอนว่าจะจับได้หรือไม่ก็ต้องขึ้นอยู่กับโชค..
สวีเจิ้งขึ้นเขาครั้งนี้ไม่ได้ไปเสี่ยงโชค ในชาติก่อนเขาจำได้ว่าตอนนั้นเขารู้ว่าหลี่ชิงอวี๋คลอดเป็นผู้หญิงอีก ก็โมโหเดินออกจากบ้านไปหาเอ้อหมู่จื่อของหลี่ในหมู่บ้านเพื่อดื่มเหล้าด้วย
ระหว่างทางก็เห็นลูกชายคนรองของตระกูลหวังถือไก่ป่าตัวหนึ่งลงจากเขา ตอนนั้นสวีเจิ้งก็แค่ถามไปตามเรื่อง แต่ลูกชายคนรองของตระกูลหวังก็เล่าว่า เขาไปเจอไก่ป่าตัวหนึ่งติดพุ่มไม้อยู่ในซอกพุ่มหลังเขาของบ้านเขา เขาเก็บได้ฟรี ๆ เลย
ตอนนี้สวีเจิ้งก็อยากลองว่า จะไปตัดหน้าคว้าไว้ก่อนได้ไหม
ก้าวเท้าเร็วขึ้นอย่างไม่รู้ตัว..
ไม่นานสวีเจิ้งก็มาถึงตีนเขาด้านหลังของตระกูลหวัง..
ถึงตีนเขาแล้ว สวีเจิ้งก็กวาดตามองรอบ ๆ..
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกตาพร่า ก้าวหนึ่งเซไปเกือบล้ม..
คว้าต้นไม้ข้าง ๆ ไว้ทัน สวีเจิ้งส่ายหัวไปมา..
ไม่กี่วินาทีต่อมา ภาพก็ค่อย ๆ กลับมาชัดเจน..
สวีเจิ้งมองไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า แล้วก็ชะงักอยู่ตรงนั้น!
ในสายตาของเขา บนภูเขาเบื้องหน้านี้มีแสงไฟมากมายขนาดแตกต่างกัน สีของแสงนั้นก็ต่างกันนะ!
และหนึ่งในนั้นคือแสงที่อยู่ใกล้ตัวเขามากที่สุดในระยะไม่ถึงยี่สิบเมตร แล้วตรงนั้นก็มีเสียงไก่ป่าร้องดังขึ้น!