อาซาได้ยินดังนั้น ใบหน้าพลันซีดขาวราวกระดาษ นางเบิกตากว้าง มองชายชราตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ ริมฝีปากสั่นระริก แต่กลับเอ่ยวาจาใดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ผ่านไปครู่ใหญ่ นางจึงได้สติ ในดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและไม่ยินยอม ตวาดถามเสียงดังว่า "ผู้อาวุโส ท่านเป็นถึงขั้นเซียน เหตุใดจึงกระทำการช่วยเหลือคนชั่วเช่นนี้เล่า?"
เซียนหลิงอีถอนหายใจเบา ๆ ส่ายหน้ากล่าวว่า "แม่หนูน้อย โลกนี้ผู้แข็งแกร่งย่อมเป็นใหญ่ อีกทั้งโลหิตเทพในตัวเจ้าก็มีประโยชน์ยิ่งต่อข้า ต้องขออภัยด้วย"
อาซาเบิกตาแดงก่ำด้วยโทสะ ฝืนร่างกายอ่อนเปลี้ย กัดฟันกรอดพูดว่า "แม้ท่านจะเป็นขั้นเซียน แต่การกระทำเช่นนี้ต้องถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ อาซาต่อให้กลายเป็นผีดุร้าย ก็ไม่มีวันปล่อยท่านไปเด็ดขาด"
เซียนหลิงอีมีสีหน้าสงบนิ่ง กล่าวเรียบ ๆ ว่า "พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ยอมมอบโลหิตเทพมาเสียดี ๆ เถิด"
สิ้นคำ เขาค่อย ๆ ยกฝ่ามือขึ้น คลื่นพลังวิญญาณอันทรงพลังแผ่กระจายออก ปกคลุมตรงไปยังอาซา
อาซารู้สึกถึงแรงกดดันไร้รูปที่โถมเข้าใส่ แทบจะหายใจไม่ออก แต่ความโกรธและความไม่ยอมแพ้ในใจกลับทวีแรงขึ้นเรื่อย ๆ นางกำหมัดแน่น เล็บจิกลงในฝ่ามือ เลือดไหลรินตามซอกนิ้วลงมา
แววตาชื่นชมฉายวาบขึ้นอีกครั้งในดวงตาของเซียนหลิงอี "ไม่เลว สมกับเป็นเด็กสาวที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยว ต่อให้เผชิญหน้ากับข้าที่เป็นขั้นเซียน เจ้าก็มิได้แสดงท่าทีอ้อนวอนขอชีวิตแม้แต่น้อย"
"น่าเสียดาย หากไม่ใช่เพื่อใช้หนี้บุญคุณ หากไม่ใช่เพราะโลหิตเทพในตัวเจ้ามีประโยชน์ต่อข้า ข้าหวังจะรับเจ้าเป็นศิษย์ปิดสำนักจริง ๆ ได้แต่กล่าวว่า เรามีวาสนาแต่ไร้ซึ่งชะตา"