“วิจัยพลังงานหรือ?” ไป๋ฮั่วหัวเราะเยาะเบา ๆ “การทำให้คนกับสิ่งประหลาดสยองผสมพันธุ์กันก็เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยพลังงานใหม่ด้วยหรือ?”
“เรื่องพวกนั้นเป็นการทดลองในระยะหลัง อาจารย์เคยบอกแล้วว่าในหมู่นักวิทยาศาสตร์ย่อมมีคนบ้าอยู่บ้าง” จื้อซวีซ่านเหรินไร้ใจจะถกเถียงเรื่องถูกผิดอีกต่อไป เขาหลงทางอยู่บนเส้นทางนี้จนสูญเสียตัวตนไปแล้ว “สิ่งประหลาดสยองเหล่านั้นถือกำเนิดขึ้นจากมัน ก่อนที่มันจะฟื้นคืนชีพอย่างสมบูรณ์ พวกมันก็เคยมีอยู่ประปรายแล้ว
“ไม่ใช่แค่สิ่งประหลาดสยองเท่านั้น ดันเจี้ยนก็เช่นกัน ในตอนนั้นยังเลือกผู้เข้ารับการทดสอบที่จะเข้าไปในดันเจี้ยนได้ ทั้งยังมองเห็นภาพถ่ายทอดสดด้วย ฟังดูน่าขันใช่ไหม? ราวกับว่ามันจงใจถ่ายทอดให้มนุษย์ดูอย่างนั้น”
พวกผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัทดูการถ่ายทอดสด โดยคิดว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของตน
แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่ตนมองเห็นล้วนเป็นความหวังลวงที่มันหยิบยื่นให้
“มนุษย์ยอมเสี่ยงทั้งที่รู้ว่าเป็นกับดัก เพียงเพราะความปรารถนาของตัวเอง”
“ตอนนั้นทุกคนไร้เดียงสา คิดแค่ว่าขอเพียงกำจัดดันเจี้ยนไม่กี่แห่งที่ปรากฏขึ้นประปราย ผลข้างเคียงจากกระบวนการวิจัยก็จะหมดไป” น้ำเสียงของจื้อซวีซ่านเหรินแผ่วลงยิ่งกว่าเดิม “มีการพิสูจน์แล้วว่ามันมีจิตสำนึก มาคิดดูตอนนี้ ทุกอย่างช่างเหมือนมันกำลังปั่นหัวมนุษย์ ปล่อยให้มนุษย์คลุ้มคลั่งเพราะมัน”
ไป๋ฮั่วยังมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการทดลองของกลุ่มบริษัทฉีหมิงซิงที่ต้องการคำตอบ
ทว่า จื้อซวีซ่านเหรินรู้สึกว่าสติของตนกำลังจะเลือนหายไปในไม่ช้า
