อวี๋หรานหรานยังไม่ยอมแพ้ เธอเริ่มใช้ภาษามือสื่อสาร โดยเสนอว่าเธอสามารถช่วยอู้เริ่นดูกฎของเกมของอีกฝ่ายได้ แปลได้มากน้อยแค่ไหนก็เอาเท่านั้น
นี่มีแผนเล็ก ๆ ของเธอเอง เธออยากรู้ว่าภารกิจของอู้เริ่นยากระดับไหน และอู้เริ่นต้องทำตามกฎของเกมมากมายแค่ไหน
อู้เริ่นเข้าใจ เธอไม่ลังเลหรือคิดมากอีก เมื่อตัดสินใจว่าจะใช้ความสามารถแปลภาษาหมื่นเผ่าของอวี๋หรานหรานแล้ว และยังยอมยกโทษความผิดฐานขโมยให้ด้วยเหตุนี้ เธอจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปเปล่า ๆ อยู่แล้ว
เธอใช้สกิลหนึ่ง ในพริบตาเดียว เธอกับอวี๋หรานหรานก็อยู่ในหมอกหนาทึบ นี่คือสกิลที่อวี๋หรานหรานเคยเห็นตอนที่อยู่ในร่างก็อบลินและไปเจรจากับอู้เริ่นที่เมืองสนธยาสุดขั้ว
หลังจากสร้างจุดพักพิงชั่วคราวที่ปลอดภัยได้แล้ว อู้เริ่นนั่งขัดสมาธิ สะบัดละอองน้ำให้ทรายตรงหน้าเปียก แล้วเริ่มใช้นิ้วเขียนกฎแต่ละข้อลงบนทะเลทราย
เธอเขียนติดต่อกันหลายข้อ ซึ่งอวี๋หรานหรานอ่านไม่ออกเลย แต่พอถึงข้อที่ห้า อวี๋หรานหรานพบว่ากฎข้อนั้นเหมือนกับกฎข้อที่สองของเธอเองเป๊ะ
อวี๋หรานหรานรีบตบพื้นทราย แล้วเริ่มสื่อสารให้อู้เริ่นดู
เธอมองสำรวจเสื้อผ้าของตัวเองและอู้เริ่นตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างชัดเจน พอพบว่าไม่มีสีแดง เธอจึงใช้เล็บกรีดเบา ๆ ที่ข้อมือตัวเองให้เกิดแผล แล้วบีบเลือดออกมา จากนั้นก็ชี้ไปที่เลือด หยิบม้วนภาพวาดเปล่าออกมา แล้วออกท่าทางให้อู้เริ่นดูอย่างแข็งขัน
แม้อู้เริ่นจะไม่มีพรสวรรค์ด้านภาษาเลย แต่เธอฉลาดเป็นกรด ตั้งแต่ที่อวี๋หรานหรานเห็นกฎแล้วสิ่งแรกที่ทำคือตรวจดูเสื้อผ้าของพวกเธอ เมื่อไม่พบสิ่งที่ต้องการก็กรีดแขนเอาเลือด ในพริบตาเธอก็เดาเนื้อหาของกฎข้อนี้ได้