ติ๊ง!
[ยินดีกับโฮสต์ที่สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นอีกครั้ง เอาชนะผู้ยิ่งใหญ่แห่งชะตาสวรรค์ ถังซิงอวี๋ได้]
[ส่งมอบรางวัลแล้ว โปรดรับด้วยตนเอง]
การประลองครั้งใหญ่ดำเนินต่อไป
คู่ต่อไปคือสวีฝานปะทะอัจฉริยะม้ามืดลู่หมิงจากสำนักไป๋เยว่
ลู่หมิงสามารถฝ่าฟันเข้าถึงรอบหกคนสุดท้ายได้ ย่อมมิใช่เรื่องบังเอิญ
ระดับการบำเพ็ญของเขาบรรลุขั้นเทพเฮ่าชั้นแปดแล้ว กระบี่ทะลวงเมฆาจันทร์ขาวของเขารวดเร็วดุจสายฟ้า แปรเปลี่ยนคาดเดายาก ทั้งยังมีวิชาตัวเบาล้ำเลิศ เคยเอาชนะยอดอัจฉริยะมีชื่อเสียงมาหลายคน ฝีมือจึงไม่อาจประมาทได้
บนเวทีประลอง สวีฝานสะพายหีบกระบี่ สีหน้าสงบนิ่ง
ส่วนลู่หมิงมีสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับกำลังเผชิญศัตรูตัวฉกาจ
เมื่อกรรมการประกาศเริ่ม ลู่หมิงก็ชิงลงมือก่อน แสงกระบี่แผ่พุ่งดุจแสงจันทร์ กระบี่ปราณอันงดงามนับสายฉีกทะลวงเวหา โอบล้อมสวีฝานจากทุกทิศทาง ขณะที่วิชาตัวเบาของเขาก็พริ้วไหวไร้ที่จับ ทำให้ยากจะคาดเดาตำแหน่ง
สวีฝานไม่กล้าประมาท ใช้เคล็ดเทพหยกผสานกับวิชาตัวเบาอันล้ำลึก พลิกหีบกระบี่วาดเป็นม่านป้องกันแน่นหนา ต่อกรกับลู่หมิงอย่างสูสี
ทว่าเพลงกระบี่ของลู่หมิงดุดันยิ่ง ความเร็วก็สูงมาก สวีฝานอาศัยเพียงหีบกระบี่กับพลังบำเพ็ญของตน กลับค่อย ๆ ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ถูกบีบให้ถอยร่นครั้งแล้วครั้งเล่า ตกอยู่ในอันตรายทุกขณะ
“สวีฝานใกล้จะต้านไม่ไหวแล้ว”
“ดูท่าถ้าไม่ใช้กระบี่เล่มนั้น เขาคงเอาชนะลู่หมิงไม่ได้”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงมอยู่เบื้องล่างเวที
ตั้งรับนานวันย่อมมีพลาดพลั้ง
ประกายแสงวาบขึ้นในดวงตาสวีฝาน
“ศิษย์พี่ลู โปรดอภัยด้วย”
สวีฝานกล่าวเสียงต่ำ ก่อนกระแทกหีบกระบี่ลงกับพื้นอย่างแรง
หึ่ง!
เจตจำนงกระบี่ซึ่งแผ่กลิ่นอายทำลายล้างอันไร้สิ้นสุด พลันทะลักออกมาจากหีบกระบี่ อุณหภูมิทั่วทั้งเวทีประลองลดฮวบลงทันที
