ริมสระน้ำเย็นเยียบ ผิวน้ำกระเพื่อมเป็นระลอกบางเบา
ประมุขหลี่เต้าอีและเหล่าผู้อาวุโสอย่างจ้าวหมิงหมิงมาถึงที่นี่ตั้งแต่ก่อนแล้ว
ทันทีที่สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวจากส่วนลึกของสระน้ำเย็นเยียบ พวกเขาก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ โดยเฉพาะกลิ่นอายของบรรพจารย์เต๋า ทำให้ทุกคนต่างตื่นตะลึง
ซ่า!
เสียงน้ำแตกกระจายเบา ๆ เงาร่างสองสายพุ่งขึ้นจากผิวน้ำ ก่อนร่อนลงบนโขดหินสีครามริมสระ ที่แท้คือหยางเฉิงกับถังซิงอวี๋
กลิ่นอายของทั้งสองสงบเก็บงำ ราวกับหลอมรวมเข้ากับฟ้าดิน โดยเฉพาะถังซิงอวี๋ พลังเต๋าไหลเวียนรอบกาย คืนสู่สามัญอย่างแท้จริง
“หยางเฉิง ถังซิงอวี๋ พวกเจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
สวี่ซือเยว่ถาม
“พวกเราไม่เป็นไร กลับได้วาสนาครั้งใหญ่มาเสียอีก”
หยางเฉิงตอบพร้อมรอยยิ้ม
แววตาของหลี่เต้าอีและคนอื่น ๆ คมกริบราวคบเพลิง เพียงพริบตาก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนร่างของทั้งคู่
กลิ่นอายของหยางเฉิงหนักแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แสดงว่าขอบเขตบรรพชนยุทธ์ของเขามั่นคงสมบูรณ์แล้ว ทั้งยังมีความก้าวหน้าอีกด้วย
ส่วนเมื่อเทพญาณของพวกเขากวาดผ่านถังซิงอวี๋ ทุกคนกลับสั่นสะท้านพร้อมกัน ใบหน้าเผยความยินดีออกมา
“ซิงอวี๋ เจ้าเองก็ทะลวงขั้นแล้วหรือ?”
หวังเฟิงเอ่ยอย่างตกตะลึง
“กายเต๋าไร้ขอบเขตไม่ธรรมดาจริง ๆ เพียงสองวัน อารามมรรคาของเราก็มีบรรพชนยุทธ์เพิ่มถึงสามคนแล้ว”
จ้าวหมิงหมิงตื่นเต้นจนหนวดเคราสั่นระริก
สวี่ซือเยว่ยิ่งยิ้มแย้มเบิกบาน นางจับมือถังซิงอวี๋พลิกดูซ้ายขวา “ดีเหลือเกิน ข้าบอกแล้วว่าถังถังจะไม่ด้อยกว่าผู้อื่น”
หลังความยินดีผ่านพ้นไป ไม่นานหลี่เต้าอีและคนอื่น ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
พวกเขาพบว่า นอกจากพลังเต๋าของตนเองแล้ว บนร่างถังซิงอวี๋ยังแผ่กลิ่นอายต้นกำเนิดหงเหมิงออกมาเลือนรางอีกด้วย
แม้กลิ่นอายนั้นจะอ่อนจาง ทั้งยังหลอมรวมเข้ากับพลังเต๋าของถังซิงอวี๋อย่างสมบูรณ์จนแทบตรวจจับไม่ได้ แต่ผู้มีอำนาจระดับบรรพชนยุทธ์จากอารามมรรคาที่อยู่ ณ ที่นี้ล้วนมีสัมผัสวิญญาณเฉียบคมยิ่งนัก ความสงสัยจึงผุดขึ้นในใจทันที
