“โฮก!”
เสียงคำรามราวกับดังมาจากขุมนรกเก้าพิภพ พลันกึกก้องออกมาจากกระบี่สังหารเซียน
บนตัวกระบี่ แสงโลหิตควบแน่น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเงามายาของเทพมารสามเศียรหกกร มีใบหน้าเขียว เขี้ยวงอกยาวอย่างเลือนราง
แขนทั้งหกของเทพมารถือศาสตราต่างชนิดกัน เงยหน้าคำรามสู่ฟ้า ไออำมหิตแผ่ล้นจนห้วงสุญญะทั่วทั้งบริเวณถูกย้อมเป็นสีโลหิต
“จิตกระบี่ตื่นแล้ว เป็นจิตกระบี่สังหารที่แปรสภาพมาจากวิญญาณสงครามยุคบรรพกาล”
เทียนเจี้ยนเค่ออุทานเสียงหลง สีหน้าเคร่งขรึมอย่างยิ่ง
“แย่แล้ว รีบหยุดมันเร็ว!”
จื้อเหรินตะโกนลั่น ไม่สนใจสิ่งอื่นอีกต่อไป เขาแปรมือเป็นฝ่ามือยักษ์สีทอง พุ่งคว้าไปยังกระบี่สังหารเซียน
“ลงมือ!”
ผู้อาวุโสโยวหมิงกรีดร้องเสียงแหลม ร่างแปรเป็นควันดำ ผีร้ายและวิญญาณอาฆาตนับไม่ถ้วนโถมเข้าใส่จิตกระบี่
เทียนเจี้ยนเค่อกับชายชราตาเดียวก็ลงมือพร้อมกัน
อำนาจทั้งสี่ฝ่ายกลับเลือกจับมือกันรับมือจิตกระบี่สังหารอันน่าสะพรึงกลัวนี้โดยมิได้นัดหมายในชั่วขณะนั้น
จิตกระบี่สังหารคำรามอย่างดูแคลน แขนทั้งหกกวัดแกว่ง ดาบ กระบี่ ทวน ง้าว ค้อน และโล่ พุ่งออกมาพร้อมกัน
ตูม! ตูม! ตูม!
เพียงพริบตา ฝ่ามือยักษ์แห่งพุทธะก็แตกสลาย ผีร้ายและวิญญาณอาฆาตมลายสิ้น รัศมีกระบี่กับปราณดาบพังทลายลง
จื้อเหริน ผู้อาวุโสโยวหมิง เทียนเจี้ยนเค่อ และชายชราตาเดียวทั้งสี่กระอักเลือดพร้อมกัน ร่างปลิวถอยหลัง สีหน้าเผยความหวาดผวาอย่างยิ่ง
พลังของจิตกระบี่นี้เหนือกว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้มาก
“พวกสวะ ยังกล้าหมายปองตัวข้าอีกหรือ”
จิตกระบี่สังหารหัวเราะเสียงแหบพร่าและน่าสยดสยอง นัยน์ตาสีเลือดทั้งหกจับจ้องหยางเฉิงในทันที!
มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายต้นกำเนิดสายหนึ่งจากตัวหยางเฉิง กลิ่นอายนั้นทำให้มันทั้งปรารถนาและหวาดกลัว
“ร่างกายของเจ้าดีมาก มอบให้ข้าเสีย”
จิตกระบี่คำราม แขนทั้งหกฟาดออกพร้อมกัน แสงโลหิตน่าสะพรึงกลัวหกสายฉีกห้วงดารา แฝงเจตจำนงสังหารสูงสุดที่หมายเข่นฆ่าเทพและเซียน พุ่งเข้าโจมตีหยางเฉิง
การโจมตีครั้งนี้มีอานุภาพถึงระดับบรรพชนยุทธ์ขั้นสี่แล้ว
“ศิษย์พี่ ระวัง!”
สวีฝานตะโกนลั่น ชักกระบี่จี้ออกจากฝัก เตรียมสู้สุดชีวิต