บทที่ 4 หญิงสาวลึกลับ
หู เจียยวินไม่ได้เข้าห้องทำงานตัวเอง แต่เดินตรงเข้าไปในสำนักงานพรรคและการปกครอง
“อ้าว สหายหู มาเช้าเชียว!”
เมื่อเห็นหู เจียยวินเดินเข้ามา พนักงานหนุ่มเสี่ยวหลิวก็รีบลุกขึ้นยืน หญิงสาวผู้เย็นชาราวกับน้ำแข็งคนนี้ทำให้เสี่ยวหลิวรู้สึกหวั่นเกรงจากใจจริง
“เรียกเด็กจบใหม่ที่ทางอำเภอเพิ่งแบ่งมาลงไปหาฉันที่ห้องหน่อย ฉันจะคุยด้วย” หู เจียยวินพูดเรียบๆ แล้วก็หันหลังเตรียมเดินออกไป
“สหายหู เขาไม่อยู่ที่สำนักงานกิจการพลเรือนแล้วครับ”
หู เจียยวินชะงักไปนิดหนึ่ง หันกลับมาถามว่า “ไม่อยู่ที่สำนักงานกิจการพลเรือนแล้ว? หมายความว่าไง? ทางอำเภอไม่ได้แบ่งเขาให้อยู่สำนักงานกิจการพลเรือนเหรอ? ตอนนี้เขาอยู่ไหน?”
“เมื่อวานเขาถูกส่งไปสถานสงเคราะห์คนชราแล้วครับ”
“สถานสงเคราะห์คนชรา? ใครเป็นคนส่ง?” น้ำเสียงของหู เจียยวินเย็นชาขึ้นมาก พูดต่อว่า “นายไปแจ้งเซียว ปอ ให้มาหาฉันที่ห้องเดี๋ยวนี้”
เซียว ปอได้รับแจ้งว่ารองเลขาฯ เรียกพบ ทำให้เขาค่อนข้างตกใจ ไม่กล้ารอช้า รีบเดินไปที่ห้องทำงานของหู เจียยวินทันที
“สหายหู เรียกหาผมเหรอครับ?” เซียว ปอมีท่าทีเคารพนบนอบอย่างมาก ทั่วทั้งที่ทำการตำบลปี้ซานไม่มีใครไม่กลัวหญิงสาวผู้มีภูมิหลังลึกลับคนนี้
“สหายเซียว เมื่อวานทางอำเภอแบ่งเด็กรุ่นใหม่จบปริญญามาลงที่สำนักงานกิจการพลเรือนของนายใช่ไหม?” หู เจียยวินถามเสียงเย็น
“ใช่ครับ” เซียว ปอพยักหน้า เขาไม่เข้าใจว่าทำไมแม่พระโพธิสัตว์คนนี้ถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมากะทันหัน
“ตัวเขา? ไปไหนแล้ว?” หู เจียยวินถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
“คือ... เขา... ถูกมอบหมายให้ไปดูแลสถานสงเคราะห์คนชราน่ะครับ” เซียว ปอสังเกตได้อย่างเฉียบแหลมว่าหู เจียยวินดูเหมือนจะพุ่งเป้ามาที่ฉินเฟิง จึงตอบอย่างระมัดระวัง
“นายเป็นคนส่ง?” หู เจียยวินจ้องเซียว ปออย่างเย็นชา
เซียว ปอถูกหู เจียยวินจ้องจนขนลุก แต่ก็ทำได้แค่ฝืนใจตอบว่า “ใช่... ครับ”
“คนแก่ในสถานสงเคราะห์ไม่กี่คนนั่นจำเป็นต้องให้คนไปดูแลโดยเฉพาะเลยหรือ? แล้วยังจะเป็นเด็กหัวกะทิอีกนะ ว่าไงล่ะ นายให้เขาไปสอนแคลคูลัสให้พวกคนแก่หรือไง?” น้ำเสียงของหู เจียยวินยิ่งเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ
“คือ... คือ...” เซียว ปอพูดไม่ออก
“เขาเป็นคนที่ทางอำเภอแบ่งลงมา ฉันต้องติดตามและรายงานสถานการณ์ของเขาให้ฝ่ายจัดตั้งอำเภอทราบ ตอนนี้นายจะให้ฉันรายงานกับทางอำเภอยังไง? จะให้บอกว่าเราตำบลปี้ซานส่งเด็กหัวกะทิไปดูแลคนแก่ไร้ญาติที่สถานสงเคราะห์หรือไง?”
“คือ... สถานการณ์น่ะครับ...” เซียว ปอบีบคำพูดไม่ออกสักประโยค เขาไม่กล้าทำให้หู เจียยวินขุ่นเคือง แต่ก็ไม่กล้าทำให้หยาง เต๋อหลินนักเลงนั่นไม่พอใจเช่นกัน
หู เจียยวินจ้องเซียว ปออีกครั้ง เธอเดาออกหมดว่าในใจเซียว ปอกำลังคิดอะไรอยู่
“สหายเซียว ช่วงนี้มีคนมาสะท้อนอะไรบางอย่างกับฉันนะ บอกว่าหน่วยของนายมีคนยักยอกเงินช่วยเหลือคนจนน่ะ” หู เจียยวินพูดเรียบๆ ทีหนึ่ง
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียว ปอรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาทันที
“มะ... มีเรื่องงี้ด้วยเหรอครับ? สหายหู ผมจะรีบไปตรวจสอบให้นะครับ” เซียว ปอแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“ไม่ต้องลำบากนายแล้ว ฉันจะจัดการให้ฝ่ายตรวจสอบวินัยเข้าไปสอบสวน” หู เจียยวินพูดไปตามอารมณ์เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่
เซียว ปอตกใจจนเสื้อด้านหลังเปียกชุ่ม หน้าผากเริ่มมีเหงื่อเย็นซึม
“สหายหู ผมจะให้ฉินเฟิงกลับมาเดี๋ยวนี้ครับ” เซียว ปอพูดพลางเช็ดเหงื่อไปด้วย
“เรื่องนี้ภายในวันนี้ก่อนเลิกงานฉันต้องเห็นผลลัพธ์ ถ้านายจัดการไม่ได้ ฉันจะให้ฝ่ายตรวจสอบวินัยเข้ามา”
“ครับๆๆ ผมจะรีบแก้ไขทันที แก้ไขเดี๋ยวนี้!” เซียว ปอเช็ดเหงื่อพลางเดินแทบจะเป็นวิ่งหนีออกจากห้องทำงานของหู เจียยวิน
หู เจียยวินเอ่ยปากพูดถึงแต่เรื่องยักยอกเงินช่วยเหลือ แต่ที่จริงแล้วสิ่งที่พูดกับเซียว ปอคือเรื่องให้ย้ายฉินเฟิงกลับมา แค่วาทศิลป์แค่นี้เซียว ปอจะฟังไม่ออกได้อย่างไร
เซียว ปอเดินไปพลาง รีบกดโทรศัพท์โทรหาเบอร์ของฉินเฟิงทันที “ฉินเฟิง นายไม่ต้องอยู่ที่สถานสงเคราะห์คนชราแล้ว รีบกลับมาที่สำนักงานกิจการพลเรือนเดี๋ยวนี้ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี!”
เซียว ปอทั้งรีบร้อนทั้งเคร่งเครียด!