อวี้อินเป็นลูกสาวของอวี้ฉางเจิง ตอนภัยพิบัติมาถึง เธอกำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศ
ในใจทุกคนต่างรู้ดีว่าโอกาสรอดมีมากแค่ไหน แต่คนเรายังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องมีความหวังให้ยึดเหนี่ยว
“ร่างกายเธอไม่แข็งแรง แถมยังอยู่ข้างนอกคนเดียว ถ้าเก่งกาจได้อย่างเจียงหนิง โอกาสรอดก็คงมีมากขึ้น”
นอกจากจะอิจฉาแล้ว อวี้ฉางเจิงยังมาเพื่อขอบคุณด้วย
ภรรยาของเขาเล่าทุกอย่างให้ฟังแล้ว หากไม่ได้ยาพิเศษจากเจียงหนิง เธอคงผ่านวิกฤตมาไม่ได้
เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่า หากวันไหนตัวเองไม่อยู่แล้ว ภรรยาก็คงสูญเสียความหวังไปด้วย
ดังนั้น เจียงหนิงจึงช่วยชีวิตคนไว้ถึงสองคน
“ถ้าจะพูดเรื่องขอบคุณ คนที่ควรขอบคุณคือคู่สามีภรรยาเจียงหนิงต่างหาก หากไม่ได้คุณคอยสนับสนุนอย่างเต็มที่ พวกเขาคงไม่มีแม้แต่โอกาสได้แสดงฝีมือ”
หลังผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน อวี้ฉางเจิงก็เอ่ยจากใจว่า “เหล่ากู้ พวกเราแก่กันแล้ว ภาระบนบ่าก็ต้องส่งต่อให้คนหนุ่มสาว พวกเขามีไฟในการทำงานมากกว่า ทั้งยังวางแผนได้ไกลกว่า
สิ่งที่พวกเราทำได้ก็คือเลือกผู้สืบทอดที่เหมาะสม นอกจากจะเชื่อใจพวกเขาแล้ว ยังต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้พวกเขาสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดียิ่งกว่า”
ที่จริงเขาทำใจได้มากแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่สนับสนุนแผนของกู้ถิงหลินอย่างเต็มที่
แน่นอนว่าเจียงหนิงกับกู้ถิงหลินก็ต้องมีความสามารถด้วย ถ้าเป็นคนอย่างเสี่ยวเวยที่เป็นโคลนเหลวเกินกว่าจะปั้นขึ้นมาได้ละก็...
พอพูดถึงเรื่องนี้ เขาก็นึกถึงเรื่องน่าปวดหัวที่นายพลเสี่ยวทำไว้ระหว่างที่เขาหมดสติ
นายพลเสี่ยวเป็นคนไม่ยอมแพ้ก็จริง แต่กลับยึดติดกับอำนาจมากเกินไป เอาแต่คิดจะกุมอำนาจไว้ในมือตัวเองให้แน่น
