ขณะที่กู้ถิงหลินพูดอยู่ทางนี้ สายตาของนายพลเสี่ยวก็แอบเหลือบมองมาเป็นระยะ
เขากลัวจริง ๆ ว่าตัวเองจะเสียเปรียบ
นิ้วทั้งสิบยังยาวสั้นไม่เท่ากัน แล้วจะลำเอียงไปบ้างแล้วอย่างไร?
ทุกคนล้วนมีความเห็นแก่ตัว ใครบ้างไม่เข้าข้างคนของตัวเอง จะไปใส่ใจคนที่คอยขัดขาตัวเองทั้งต่อหน้าและลับหลังทำไม ไม่ใช่ว่ามีปัญหาหรือไง?
แต่พ่อลูกคู่นั้นกลับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
ทางนี้เพิ่งพูดปลอบใจกันอยู่ ใครจะคิดว่าเสี่ยวเวยจะชักกระตุกแล้วอาเจียนขึ้นมากะทันหัน นายพลเสี่ยวตกใจจนร้องลั่น “หมอ! รีบมาทางนี้เร็ว!”
ทีมแพทย์พยาบาลรีบเข้ามา ช่วยกันเข็นผู้ป่วยไปห้องฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิต
กู้ถิงหลินเดินเข้าไปดูอาการ
ฉวยจังหวะที่ความสนใจของทุกคนถูกเบนไป เจียงหนิงก็หยิบเข็มฉีดยาออกจากกระเป๋า แล้วฉีดยาเข้าที่แขนของอวี้ฉางเจิงอย่างรวดเร็ว
ภรรยาพลโทหยวนตกใจในตอนแรก แต่ก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว เธอรีบลุกขึ้นยืนบังเจียงหนิงไว้ เพื่อไม่ให้คนอื่นเห็น
เจียงหนิงฉีดฮอร์โมนให้อวี้ฉางเจิง หวังว่าจะช่วยชีวิตเขาไว้ได้ อย่างไรเสียเขาก็เป็นมือขวาคนสำคัญของกู้ถิงหลิน และคอยดูแลเธอกับฮั่วอี้เซินมาโดยตลอด
หากไม่มีเขา หน่วยงานพิเศษคงถูกคนอื่นเล่นงานจนยับเยิน
เพราะฉะนั้นอวี้ฉางเจิงจึงเป็นกำแพงที่คอยคุ้มกันเจียงหนิงกับฮั่วอี้เซิน จะต้องช่วยเขาให้ได้
หลังฉีดยาเสร็จ เจียงหนิงก็แอบส่งยาที่เตรียมไว้หนึ่งขวดให้ภรรยาพลโทหยวน บอกให้หาทางกินตามปริมาณที่กำหนดก็พอ
ภรรยาพลโทหยวนซาบซึ้งใจ แต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าหากถูกนายพลเสี่ยวจับตามองเข้า จะทำให้ผู้บัญชาการกับเจียงหนิงลำบากใจเสียเปล่า
ที่เขายืนกรานจัดให้ลูกชายอยู่ห้องเดียวกับอวี้ฉางเจิง ก็เพราะกลัวว่าเจียงหนิงจะลำเอียงช่วยเหลือไม่ใช่หรือ?
