“เจิ้นไร้คุณธรรมอันคู่ควร เบื้องบนละอายต่อบรรพชน เบื้องล่างละอายต่อเหล่าพี่น้องและลูกหลาน เป็นบุตรกลับอกตัญญู เป็นบิดากลับไร้เมตตา เป็นสามีกลับไร้ความรัก เป็นจอมราชันกลับไม่เปี่ยมปรีชาญาณ ไม่อาจธำรงแสงแห่งดวงตะวัน จันทรา และดวงดาวเบื้องบน ทั้งไม่อาจบันดาลความสงบสุขแก่สรรพชีวิตเบื้องล่าง ความวิปริตแปรปรวนเกิดขึ้นไม่ขาดสาย ความผิดปรากฏชัดแจ้ง เจิ้นหวาดหวั่นด้วยความเคารพทั้งกลางวันกลางคืน มิอาจสงบใจ...”
บาปกรรมทั้งหลายที่สะสมมา ครานี้ถูกเปิดโปงอย่างหมดจด ไม่มีสิ่งใดปกปิดอีก ทั้งยังประกาศให้ใต้หล้ารับรู้ ทันใดนั้นทั่วราชสำนักและเมืองหลวงต่างแตกตื่นโกลาหล
ชาวบ้านในเมืองหลวงเดือดดาลยิ่งนัก พวกเขาเริ่มรวมตัวกันหน้าประตูวัง สีหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความขุ่นแค้น หมายจะลงโทษฮ่องเต้ผู้เป็นต้นเหตุแห่งความผิด
หลังขันทีโจวอ่านราชโองการสำนึกผิดจบ เซียวฉงซานก็เดินหลังงองุ้มเข้าไปในโถงหลวงจินหลวนทีละก้าว
เส้นผมยุ่งเหยิง ผมขาวขึ้นประปราย สภาพทั่วร่างซอมซ่ออเนจอนาถ... ยามนี้เขามิใช่จักรพรรดิผู้สูงส่งเหนือผู้ใดอีกต่อไป หากแต่เป็นนักโทษผู้ตกสู่นรกอเวจี กำลังชดใช้บาปกรรมของตน
เหล่าขุนนางทุกคนยืนอยู่ตรงนั้น ต่างจ้องมองจักรพรรดิที่พวกเขาถวายความภักดีมาหลายปีด้วยความตื่นตะลึง
ไม่มีผู้ใดคำนับเขาอีก
สายตาที่พวกเขามองเขาเย็นชาและขุ่นแค้นยิ่งนัก...
ทุกคนต่างรู้ว่า ยุคสมัยของเซียวฉงซานได้สิ้นสุดลงแล้ว
เขามิใช่จักรพรรดิที่พวกเขาเคารพยกย่องอีกต่อไป
เซียวฉงซานในยามนี้ก็เป็นเพียงกบฏชั่วช้าที่ก่อกรรมหนักหนา ชิงบัลลังก์และช่วงชิงแผ่นดินเท่านั้น
