แต่งหน้าเสร็จก็ถึงเวลาเลือกเสื้อผ้า
เจียงจืออวี๋เดินเข้าไปในห้องแต่งตัว แล้วถอดชุดที่ประดับประดาจนเต็มตัวออก
ชุดนี้เป็นชุดที่เธอยืนกรานให้สไตลิสต์เลือกมาให้
เสื้อผ้าทรงโอเวอร์ไซซ์สไตล์ยูนิเซ็กซ์ สีอ่อนมาก คล้ายเสื้อเชิ้ตของแฟนหนุ่มที่คลุมร่างผอมบางของเจียงจืออวี๋เอาไว้
ทำให้เธอดูมีบรรยากาศสะอาดสดใสแบบเด็กหนุ่ม
ตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า เจียงจืออวี๋มองสำรวจตัวเองในตอนนี้
……
มิน่าล่ะ ถึงปลอมเป็นผู้ชายได้โดยไม่มีใครจับได้
ฮ่า ๆ
พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินออกมา คนอื่น ๆ ก็ออกมากันหมดแล้ว
พี่เฟยผู้จัดการวงจัดให้ทุกคนถ่ายรูปรวมกันสองสามรูป เตรียมส่งให้ทีมงานรายการเลือกภาพไปใช้
ในฐานะหัวหน้าวง เซียวเหลียงย่อมยืนอยู่ตรงกลาง
ส่วนเย่อี้ฉือที่เป็นคู่จิ้นของเขาก็ยืนข้าง ๆ ตามธรรมเนียม
แถมยังเอามือพาดไหล่เซียวเหลียงด้วย
คู่จิ้นอีกสองคู่ก็โพสท่าใกล้ชิดสนิทสนมกัน
มีเพียงเจียงจืออวี๋ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คนเดียว
ตัวเล็กนิดเดียว ดูน่าสงสารอยู่เหมือนกัน
แต่ไม่มีใครในที่นี้สงสารตัวตนเดิมของเธอเลยสักคน
มีเพียงแอนโธนี เพื่อนต่างชาติคนเดียวที่ดึงเจียงจืออวี๋เข้ามา ให้เธอยืนอยู่ในเฟรมได้
เจียงจืออวี๋ยิ้มให้แอนโธนี “ขอบคุณนะ”
ดวงตาสีเขียวมรกตของแอนโธนีเป็นประกายวูบหนึ่ง
เขาตบไหล่เจียงจืออวี๋อย่างสนิทสนมราวกับเป็นพี่น้องกัน
“ต่อไปแต่งตัวแบบนี้แหละ อย่าแต่งหน้าหนาเตอะเหมือนเมื่อก่อนอีก”
“แบบนี้เหมาะกับเธอมาก”
นี่เป็นสมาชิกคนแรกในวงที่แสดงความเป็นมิตรต่อตัวตนเดิมของเธอ
แอนโธนี ฉันรับรองเลยว่านายเป็นนางฟ้า
เจียงจืออวี๋คิดว่าต่อไปเธอน่าจะดีกับเขาให้มากขึ้นหน่อย
นางฟ้าตัวน้อยแสนใจดีแบบนี้ ปกติก็เก็บค่าความเกลียดชังได้ไม่เท่าไรอยู่แล้ว
ส่วนค่าความเกลียดชังที่ขาดไป ก็ให้เซียวเหลียงกับเย่อี้ฉือชดเชยให้แล้วกัน
คิดได้ดังนั้น เจียงจืออวี๋ก็หันไปมองเซียวเหลียง
เซียวเหลียงหันกลับมาสบตาเธอ ราวกับมีตาอยู่ข้างหลัง
จากนั้นคิ้วที่เย็นชาคู่นั้นก็ขมวดเข้าหากัน
บนใบหน้าสง่างามเย็นชามีแววรำคาญใจวาบผ่าน
ระบบ: 【ยินดีด้วย โฮสต์! เก็บค่าความเกลียดชังได้ 1 แต้ม แลกเป็นเงินสดได้ 10,000 หยวน】
โห!
ฟินเกินไปแล้ว
พ่อบุญทุ่มใจกว้างจริง ๆ
ตอนนี้เจียงจืออวี๋เห็นสีหน้ารังเกียจของเซียวเหลียงแล้ว ใจไม่กระเพื่อมเลยสักนิด
แถมยังแอบดีใจอยู่ลึก ๆ ด้วยซ้ำ
ยังไงเซียวเหลียงยิ่งเกลียดเธอ เธอก็ยิ่งได้เงินเยอะ
ถ้าทุกครั้งที่เซียวเหลียงขมวดคิ้วใส่เธอ เธอได้เงิน 10,000 หยวน เจียงจืออวี๋ก็ไม่ติดใจเลยถ้าจะโดนขมวดคิ้วใส่วันละ 10,000 ครั้ง
เจียงจืออวี๋ฟินแล้ว จึงยิ้มหวานให้พ่อบุญทุ่มเซียวเหลียงจากระยะไกล
คราวนี้สีหน้ารังเกียจบนใบหน้าของเซียวเหลียงยิ่งชัดเจนขึ้น ถึงขั้นเม้มริมฝีปากบาง ๆ อย่างแทบสังเกตไม่เห็น
ระบบ: 【ยินดีด้วย โฮสต์! เก็บค่าความเกลียดชังได้ 1 แต้ม แลกเป็นเงินสดได้ 10,000 หยวน】
สุดยอด!
ทุกคน ฉันเกาะขาทองคำสำเร็จแล้ว โรคจนของฉันกำลังจะหายแล้ว!
เจียงจืออวี๋ข่มความตื่นเต้นในใจเอาไว้
เพื่อยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน เธอจึงไม่ได้ทำอะไรกับเซียวเหลียงต่อ และหันกลับไปมองทางอื่น
เย่อี้ฉือสังเกตเห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่
เขาถามเซียวเหลียงว่า “เป็นอะไรไป? ตอนที่เขาชอบนาย นายกลับทำเป็นไม่สนใจ พอตอนนี้เขายืนห่างจากนายลิบ ๆ นายกลับอยากให้เขากลับมาเหรอ?”
เซียวเหลียงกล่าวว่า “……ไม่มีอะไรแบบนั้นสักหน่อย นายต่างหาก อยู่ให้ห่างจากเขาหน่อย”
เย่อี้ฉือตอบว่า “ทำไมฉันต้องฟังนายด้วย?”
เซียวเหลียงขมวดคิ้วแล้วถามว่า “นายชอบเขาแล้วเหรอ?”
ถึงเย่อี้ฉือจะใส่ใจเซียวเหลียงอยู่ในใจ แต่เขาเกลียดที่เซียวเหลียงใช้คำพูดประชดประชันแบบนี้คุยกับเขามาตลอด
เขาจงใจตอบว่า “ใช่”
เซียวเหลียงเม้มปาก
ไม่คิดเลยว่าบทสนทนานี้จะถูกแอนโธนีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเข้าทั้งหมด
แอนโธนียังใช้ภาษาจีนได้ไม่ค่อยคล่อง
เขาคิดอยู่นาน ผสมผสานความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสามคนเข้ากับความรู้ภาษาจีนของตัวเอง ก่อนจะนึกประโยคที่เข้ากับสถานการณ์ขึ้นมาได้
เขายื่นมือไปตบแขนเซียวเหลียง “หัวหน้าวง นี่เขาเรียกว่าคนที่ไม่ได้รับความรักต่างหากที่เป็นมือที่สามใช่ไหม? ตอนนี้พวกนายทั้งสามคนเลยกลายเป็นมือที่สามกันหมดแล้ว”
เซียวเหลียง: “……”
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมา
ให้ความรู้สึกเหมือนหญิงชราวัย 80 ปีที่ลูกหลานทิ้งไว้ข้างหลัง แบกน้ำไป 60 ถัง ฝ่าตะวันเปรี้ยงไปที่หัวหมู่บ้านเพื่อรดน้ำในไร่ พอรดเสร็จถึงได้รู้ว่าเป็นไร่ของคนอื่น ช่างหมดแรงเสียจริง
ถ่ายรูปเสร็จ ทุกคนก็ไปฝึกซ้อมกันต่อ
บอยส์ได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม ในบริษัทมีห้องซ้อมส่วนตัวเป็นของตัวเอง
อัลบั้มใหม่กับคอนเสิร์ตคาดว่าจะปล่อยในอีกสองเดือน ท่าเต้นก็สรุปเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ให้ทุกคนซ้อมจนคุ้นเคย
สำหรับคนอื่น ๆ ในวง นี่เป็นเรื่องง่ายมาก
แต่สำหรับเจียงจืออวี๋กลับยากอยู่สักหน่อย
ยังไงเธอก็ทะลุมิติเข้ามาในหนังสือ
ก่อนทะลุมิติมา เธอไม่มีพื้นฐานการเต้นเลยสักนิด
ยังดีที่ตัวตนเดิมก็เป็นคนที่ทำอะไรก็ไม่เอาไหนเหมือนกัน
ครูสอนเต้นรู้สถานการณ์ของตัวตนเดิม จึงจัดท่าที่ง่ายที่สุดให้เธอทั้งหมด
ถึงอย่างนั้น สำหรับเจียงจืออวี๋ก็ยังยากมากอยู่ดี
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี
หลังฝึกซ้อมรอบหนึ่ง เจียงจืออวี๋อาศัยฝีมือเต้นอันง่อนแง่นของตัวเอง เก็บค่าความเกลียดชังได้ถึง 6 แต้ม
บ้าเอ๊ย ได้เพิ่มมาอีก 60,000 หยวน!
ระบบเองก็ตื่นเต้นมาก
【โฮสต์! ดูเงินในบัญชีสิ ตอนนี้มีตั้ง 90,000 หยวนแล้ว!】
【ให้ตายเถอะ ซื้อไส้กรอกย่างได้ตั้งกี่ไม้กันนะ?!】
เจียงจืออวี๋: ……
เอาแต่กินอยู่นั่นแหละ ข้าวสารในบ้านหมดเพราะแกกินไปหมดแล้ว
แม้ท่าเต้นน่าเกลียดจะทำเงินได้ แต่ถึงอย่างไรเจียงจืออวี๋ก็เป็นไอดอล
ตอนที่เธอตามกรี๊ดไอดอล สิ่งที่เธอรับไม่ได้ที่สุดก็คือไอดอลหน้าตาไม่ดี ความสามารถไม่ถึง และไม่รู้จักทำกิจกรรมให้แฟน ๆ
หาเงินได้วันละตั้งเยอะ แล้วยังไม่ตั้งใจพัฒนาตัวเองอีกเหรอ?
ถ้าจะชอบไอดอลแบบนี้ สู้ไปชอบหมูแดงชิ้นหนึ่งยังดีกว่า
เจียงจืออวี๋ไม่อยากเป็นไอดอลแบบนั้น
เธอเปลี่ยนจากปลาขี้เกียจตัวหนึ่ง กลายเป็นปลาที่เริ่มอยากตะเกียกตะกาย
พอฝึกซ้อมเสร็จ คนอื่น ๆ ก็เก็บข้าวของกันแล้ว
ส่วนเจียงจืออวี๋ยังอยู่ที่เดิม อยากฝึกต่ออีกสักพัก
เย่อี้ฉือหันกลับมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับคนอื่น ๆ
ห้องซ้อมกว้างใหญ่เหลือเพียงเจียงจืออวี๋คนเดียว
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหาวิดีโอสอนท่าเต้นพื้นฐานขึ้นมา ก่อนเริ่มเรียนตั้งแต่ต้น
ในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดที่ชั้นหนึ่งของอาคารบริษัท เย่อี้ฉือพาดเสื้อคลุมไว้บนข้อศอก มือข้างหนึ่งค้ำโต๊ะและโน้มตัวลงเล็กน้อย
ท่าทางแบบนี้ทำให้เขาดูเอวบางขายาว
เขาจ้องเจียงจืออวี๋บนจอภาพวงจรปิด
“ทำอะไรกันเนี่ย? ถึงกับตั้งใจขนาดนี้เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์เลยเหรอ?”
เย่อี้ฉือยึดถือจิตวิญญาณนักสืบ เจียงจืออวี๋ฝึกนานแค่ไหน เขาก็ดูอยู่นานเท่านั้น
เดิมทีเขาอยากจับพิรุธของเจียงจืออวี๋ แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะเอาแต่ฝึกซ้อมอย่างตั้งใจจริง ๆ
ท่าทางของเธอแย่มาก ดูเหมือนไม่มีพื้นฐานเลยสักนิด
เย่อี้ฉือดูแล้วรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
ขณะที่เขาเริ่มเบื่อขึ้นเรื่อย ๆ และกำลังจะหันหลังเดินจากไป
จู่ ๆ เจียงจืออวี๋บนจอก็หยุดท่าเต้น
ดูเหมือนเธอจะเหนื่อยมากแล้ว เหงื่อเต็มหน้าผากไปหมด
อาจเพราะร้อนเกินไปจริง ๆ หลังเช็ดเหงื่อแล้ว เจียงจืออวี๋ก็ถอดเสื้อคลุมออก
ข้างในเธอสวมเพียงเสื้อกล้ามหลวม ๆ ตัวหนึ่ง เนื้อผ้าสีขาวค่อนข้างบาง จนมองเห็นเค้าโครงด้านในราง ๆ
เย่อี้ฉือมองผ่าน ๆ ไปทีหนึ่ง
วินาทีถัดมา ดวงตาจิ้งจอกเรียวยาวของเขาก็เบิกกว้างทันที
“…………”
เชี่ย
นั่นมันอะไรกัน?
ตอนนี้ตรงหน้าเย่อี้ฉือมีโจทย์ให้เลือกคำตอบสองข้อ
ก: เจียงจืออวี๋ดูผอมบาง แต่ที่จริงมีกล้ามอกใหญ่โตอย่างเหลือเชื่อ
ข: จริง ๆ แล้วเจียงจืออวี๋เป็นผู้หญิงเหรอ?!??!!
