หลี่หย่าหลินคาดว่า ซูเนี่ยนเหอน่าจะไปล่วงเกินคนของตระกูลเซิ่งเข้า
หลังจากวิเคราะห์อยู่พักหนึ่ง เธอก็ได้ข้อสรุปว่า
ถ้าคนที่จ่ายเงินให้โพสต์กระทู้นั้นเป็นคุณหนูตระกูลเซิ่งจริง เซิ่งเหลียนเจี๋ย ประธานเซิ่ง ก็คงไม่มีความประทับใจที่ดีต่อซูเนี่ยนเหอเช่นกัน
กระทู้นี้ถูกลบไปในวันเดียวกัน
“อู๋สื่อ” บอกหลี่หย่าหลินว่า ผู้ว่าจ้างกำชับให้เก็บกระทู้ไว้ 72 ชั่วโมง เขาจึงพยายามหลบซ่อนทุกวิถีทาง
ไม่คิดเลยว่าจะยังมีคนขุดคุ้ยจนเจอตัวเขาและกระทู้ได้
กระทู้ถูกลบไปทั้งที่เพิ่งโพสต์ได้ไม่ถึง 12 ชั่วโมง แถมบัญชีผู้ใช้ของ “อู๋สื่อ” ก็ถูกระงับไปแล้ว
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ ไม่ใช่แค่บัญชีในเว็บบอร์ดที่ถูกระงับ บัญชีเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ลงทะเบียนด้วยชื่อผู้โพสต์ก็ถูกปิดทั้งหมด
“อู๋สื่อ” แทบร้องไห้ไม่ออก ไม่เพียงไม่ได้รับเงินค้างจ่ายอีก 50,000 หยวน บัญชีที่เขาอุตส่าห์ดูแลมาหลายปีก็หายเกลี้ยง
ที่สำคัญ เขายังสืบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครกันแน่คือยอดฝีมือที่ลงมือจัดการเขา
“อู๋สื่อ” บอกหลี่หย่าหลินว่า “พี่หลี่ คนที่อยู่เบื้องหลังซูเนี่ยนเหอไม่ธรรมดาเลยนะ!”
“คนที่อยู่เบื้องหลัง? เป็นไปได้ไหมว่าเป็นเธอเอง ระบบการเงินของบริษัทเราก็เป็นเธอพัฒนาขึ้นมา”
“เรื่องนี้พูดยาก แต่คนคนนี้เป็นยอดฝีมือแน่นอน!”
เมื่อได้รับข้อความจาก “อู๋สื่อ” เซิ่งอีอีก็โกรธจนแทบระเบิด
เธอฟาดโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างแรง แล้วฉีกกระดาษร่างตรงหน้าเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
คนรอบข้างมองเธอด้วยสายตาฉงน เธอจึงตวาดเสียงแข็งว่า
“มองอะไรกัน! ว่างกันมากหรือไง ไม่ต้องทำงานแล้วเหรอ!”
