เมื่อหลายวันก่อน เสด็จพ่อทรงรับสั่งกำชับให้เสด็จพี่ไท่จื่อมาร่วมพิธีวิวาห์ของพี่ใหญ่สกุลเฉียว
ผ่านไปเพียงสองวัน พี่หญิงใหญ่ก็ไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อเพื่อขอพระบรมราชานุญาตเช่นกัน นางกล่าวว่าเป็นโอกาสยากที่บัณฑิตงามคู่ควรกับสตรีเลอโฉมจะได้ครองคู่กัน นางจึงใคร่ไปร่วมยินดีด้วย
เสด็จพ่อทรงอนุญาตโดยดี
เขาและเสด็จพี่ไท่จื่อทราบข่าวนี้ในขณะกำลังเล่นหมากล้อม เสด็จพี่ไท่จื่อเอ่ยอย่างมีนัยว่า
"ที่แท้ก็มาลงเอยที่นี่เองหรือ..."
ในตอนนั้นเขายังไม่เข้าใจความหมายของคำกล่าวนี้ แต่มาบัดนี้กลับเริ่มเข้าใจแจ่มแจ้งขึ้นบ้าง
คาดว่าเสด็จพี่ไท่จื่อก็ทรงทราบดีว่าพี่หญิงใหญ่คิดจะกระทำสิ่งใดในพิธีวิวาห์ของพี่ใหญ่สกุลเฉียว ดังนั้นเมื่ออาจารย์เชิญเสด็จพี่ไท่จื่อออกไปข้างนอก เสด็จพี่จึงมิได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย
ถึงตรงนี้ ในใจขององค์ชายสี่ก็ร้อยเรียงเรื่องราวเป็นเส้นสายเดียวกันจนได้
ส่วนพี่หญิงใหญ่คิดจะวางแผนสิ่งใดนั้น...
ได้ยินว่าเสด็จพ่อทรงเริ่มเลือกพระสวามีให้พี่หญิงใหญ่แล้ว นางคงไม่พอใจผู้ที่ได้รับเลือกเหล่านั้นเท่าใดนักกระมัง
ดังนั้น ในงานเลี้ยงวันนี้จึงมีผู้ที่พี่หญิงใหญ่หมายตาอยู่หรือ
คิดได้ดังนี้ องค์ชายสี่ก็หันขวับกลับไปมองถานฮั่นฉือที่อยู่ไม่ไกล
เขาจำได้ว่าเมื่อครู่ มีผู้หนึ่งทำน้ำชาหกใส่ตัวถานซิวจวนอย่างไม่ได้ตั้งใจ ถานซิวจวนออกไปเปลี่ยนอาภรณ์และใช้เวลาอยู่นานพอควร...
เมื่อองค์ชายสี่เข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว ก็ทรงปฏิบัติตามคำของเฉียวจงกั๋ว นั่งลงประจำที่อย่างเรียบร้อย
เขารู้ดีว่าพี่หญิงใหญ่สนับสนุนองค์ชายรองมาโดยตลอด ครั้งนี้สำหรับเสด็จพี่ไท่จื่อแล้ว นับเป็นโอกาสอันดียิ่ง!
ในราชสกุลนั้นยากนักที่จะกล่าวถึงสายสัมพันธ์อันแท้จริง ดังเช่นตัวเขา ที่มิอาจตัดใจจากความเคารพเทิดทูนเสด็จพ่อได้ สุดท้ายก็มีแต่ต้องผิดหวังและเจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่า
