ทว่าเนตรพันลี้ของหลินเฟิงเพียงเบนทิศเล็กน้อย ก็เห็นซ่งอี้ที่มีสีหน้าหม่นคล้ำ
ในพื้นที่รกร้างห่างออกไปห้าลี้ ยังมีกองทหารชายแดนอีกสามพันนาย
ผู้ที่ควบม้าอยู่หน้าสุดก็คือซ่งอี้
หลินเฟิงพลันระงับความคิดที่จะไล่ตามถัวหม่าน
ซ่งอี้เห็นทหารม้าเหล็กคนเถื่อนสองพันนายถูกหลินเฟิงโจมตีจนแตกกระเจิง
ความพ่ายแพ้ก่อตัวขึ้นแล้ว ยากจะพลิกสถานการณ์กลับคืน
แม้แต่ถัวหม่านในเกราะเงินก็หนีไปแล้ว
ในใจเขาขัดแย้งยิ่งนัก หากสั่งกองทัพบุกเข้าโจมตีในยามนี้ จะยึดตัวหลินเฟิงได้หรือไม่?
กองทหารม้าของตนควรรับมือสัตว์ประหลาดในกองกำลังของหลินเฟิงอย่างไร?
วิธีการนับไม่ถ้วนผุดขึ้นในสมอง ทว่ากลับไม่มีวิธีใดรับมือกับรูปแบบการรบเช่นนี้ได้
จู่ ๆ เขาก็โบกมือออกคำสั่ง
“ไป สั่งกองทัพอ้อมไปทางนั้น”
กองทหารม้าสามพันนายพลันเปลี่ยนทิศ มุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่ถัวหม่านหลบหนี
เมื่อไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะหลินเฟิงได้ ซ่งอี้จึงคิดว่าอาจอ้อมไปดักถัวหม่าน เพื่อระบายความแค้น
การต่อสู้ทางฝั่งหลินเฟิงสิ้นสุดลงแล้ว
เหล่าทหารบนรถศึกกระโดดลงมา เริ่มซ่อมแซมยานพาหนะ
ครานี้รถศึกเสียหายค่อนข้างหนัก
ถึงอย่างไรพละกำลังรบของทหารม้าคนเถื่อนก็เทียบกับทหารประจำเมืองมิได้
ทหารม้าห้าร้อยนาย นอกจากคนของฉู่เจียวหนึ่งร้อยนายที่ไม่เสียหายมากนักแล้ว กองกำลังอื่นต่างมีผู้บาดเจ็บล้มตายมากน้อยต่างกันไป
ศึกครานี้กล่าวได้ว่าเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของสี่ร้อยต่อสองพัน
มันทำลายแนวต้านทานในใจของถัวหม่านจนสิ้น
ลูกน้องของเขาพ่ายแพ้ให้หลินเฟิงมาหลายครั้งแล้ว
แต่มีเพียงครั้งนี้ที่ทำให้เขาสิ้นหวังอย่างแท้จริง
ถัวหม่านไม่เคยเห็นทหารต้าจงอยู่ในสายตา
แม้ลูกน้องของตนจะพ่ายแพ้ให้หลินเฟิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า