น่าหลานหลบเลี่ยงอยู่ครู่หนึ่ง เกือบปล่อยให้เขาล่วงรู้จุดสำคัญเข้าแล้ว จึงกรีดร้องขึ้นอีกครั้งทันที
จางลี่เฉิงรีบชักมือกลับ พร้อมถลึงตามองนางอย่างขุ่นเคือง
น่าหลานส่งยิ้มยั่วยวนให้เขา ทว่าไม่เอ่ยวาจา
ริมฝีปากแดงสด ฟันขาวผ่อง ดวงตาพราวฉ่ำดุจสายน้ำ
ท่าทีของจางลี่เฉิงพลันอ่อนลงอีกครั้ง
“เพียงเจ้ารับปากข้าครั้งนี้ คราหน้าข้าจะต้องนำกุญแจที่ไขโซ่มาให้ได้แน่”
“ข้าน้อยไม่เชื่อคำพูดของท่าน”
“แล้วต้องทำอย่างไรเจ้าถึงจะเชื่อ?”
“เว้นแต่ท่านจะไปเอากุญแจมาเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้น หากท่านแตะต้องข้าอีก ข้าจะร้องให้คนช่วย”
จางลี่เฉิงจ้องหญิงงามตรงหน้า พลันจนปัญญาไปชั่วขณะ
ร่างกายสาวเยาว์วัยทำให้เลือดในกายเขาพลุ่งพล่าน แทบข่มใจไว้ไม่อยู่
น่าหลานกลับเริ่มทำท่าทางยั่วยวน จงใจเผยผิวกายบางส่วน เนินอกอวบอิ่ม ผมดำผิวขาว ทำให้จางลี่เฉิงทรมานใจยิ่งนัก
จะให้เขาไปเอากุญแจย่อมไม่ได้ แล้วจะอธิบายกับผู้คุมคุกว่าอย่างไร?
หากไม่มีกุญแจ หญิงงามเจ้าเล่ห์ตรงหน้าก็ไม่ยอมเชื่อฟัง
จางลี่เฉิงกลอกตาครุ่นคิด
“หากข้าได้รับผลประโยชน์สักหน่อย ก็จะไปเอากุญแจมาให้”
น่าหลานยิ้มยั่วยวน “ใต้เท้า เมื่อครู่ท่านเหมือนจะได้รับผลประโยชน์ไปไม่น้อยแล้วมิใช่หรือ?”
“ยังไม่พอ เจ้าไม่มีความจริงใจ”
แม้น้ำเสียงของน่าหลานจะอ่อนโยน แต่นางยังคงส่ายหน้าอย่างหนักแน่น
จางลี่เฉิงกัดฟันกรอดด้วยความแค้น
เขาแสร้งทำท่าจะหันหลัง แล้วฉวยจังหวะที่น่าหลานเผลอตัว พุ่งเข้าใส่นางอย่างฉับพลัน มือหนึ่งปิดปากนางไว้
มืออีกข้างล้วงไปตามร่างของนาง
ร่างทั้งร่างทาบทับลงไป
เขาถูกสัญชาตญาณสัตว์ร้ายครอบงำ จนไม่อาจควบคุมตนเองได้
น่าหลานดิ้นรนสุดกำลัง จนโซ่เหล็กส่งเสียงกระทบกันดังกรุ๋งกริ๋ง
บั้นเอวของนางบาดเจ็บสาหัสจริง ทั้งมือเท้ายังถูกล่ามไว้ จึงไม่ใช่คู่มือของจางลี่เฉิงแม้แต่น้อย