นี่คือบ้านหลังหนึ่งที่มีสามห้อง สร้างจากดินและผนังมุงหญ้า ม้าศึกหลายตัวพุ่งชนเพียงสองสามครั้ง ผนังด้านหนึ่งก็พังครืนลงมา
ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย คนเถื่อนคนหนึ่งควบม้าพุ่งเข้าใส่กำแพงดิน
ใครจะรู้ว่ามีลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งทะลุม่านฝุ่นออกมา ปักเข้าที่ลำคอของคนเถื่อนอย่างแม่นยำ
คนเถื่อนพลัดตกจากหลังม้า เสียงอุทานตกใจดังขึ้นระลอกหนึ่ง
คนเถื่อนคนอื่นยกโล่ในมือขึ้น แล้วควบม้าพุ่งชนกำแพงดินต่อไป
ทว่า ลูกธนูอีกดอกกลับพุ่งออกมาจากหน้าต่างด้านข้างบ้าน ปักเข้าที่ข้างลำคอของคนเถื่อนคนหนึ่ง
แม้คนเถื่อนจะถูกยิงพลัดตกจากม้าไม่ขาดสาย แต่กระท่อมหญ้าก็ทนแรงกระแทกจากม้าศึกที่พุ่งชนซ้ำ ๆ ไม่ไหว
ในที่สุดมันก็พังครืนลงมาอย่างไม่ยินยอม
นี่คือศึกที่หลินเฟิงอัดอั้นที่สุด ท่ามกลางกำแพงพังและซากปรักหักพัง เขาเกือบถูกฝังทั้งเป็นอยู่ในบ้าน
เคราะห์ดีที่กระท่อมหญ้าไม่ได้พังลงมาทั้งหลัง
หลินเฟิงที่หลบอยู่ตรงมุมกำแพง ไม่รู้ว่ายิงธนูออกไปกี่ดอกแล้ว
แทบทุกดอกคร่าชีวิตคนเถื่อนไปได้หนึ่งคน
ในบ้านมีลูกธนูอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ทุกครั้งที่ยิงออกไป เขาต้องหยุดพักแขนสักครู่
ปวดระบมยิ่งนัก บางทีอาจเป็นเพราะง้างคันธนูมากเกินไปจนเส้นเอ็นบาดเจ็บแล้ว
เมื่อบ้านพังลง คนเถื่อนกลุ่มหนึ่งก็ส่งเสียงโห่ร้องยินดี
คาดไม่ถึงว่าพวกมันจะได้ใจจนประมาท แล้วถูกยิงพลัดตกจากม้าไปอีกคน
เหล่าคนเถื่อนยกโล่ขึ้น รอให้ฝุ่นควันจางลงแล้วค่อยบุกเข้าไปสังหารคน
หลินเฟิงไหนเลยจะรออยู่เฉย ๆ นอกบ้านมีคนเถื่อนอยู่ทั่วทุกทิศ เขาเลือกทิศทางที่มีคนอยู่น้อย แล้วกระโจนขึ้นทันที
พุ่งทะลุม่านฝุ่นออกมา
เขาตวัดดาบกลางอากาศ ฟันคนเถื่อนที่ขี่ม้าศึกอยู่คนหนึ่งจนตกจากหลังม้า
