สวีหลินนับถือในความภักดีของเย่ต้า แต่ช่วยอย่าพูดออกมาได้ไหม?
โดยเฉพาะตอนที่แผลบนตัวยังรักษาไม่เสร็จ ช่วยอย่าพูดออกมาได้ไหม?
พวกเราทำตามอย่างหลานเฉิงกับคนอื่นบ้างไม่ได้หรือไง?
เฮ้อ เย่ต้ารอดมาถึงตอนนี้ได้ไม่ง่ายเลยจริง ๆ ต้องบอกว่าบรรพบุรุษคุ้มครอง ดวงเฮงช่วยหนุนแท้ ๆ
สวีหลินรีบจัดการขนมในปากจนหมด ไม่พูดอะไรอีกแล้ว เธอต้องรีบจัดการบาดแผลบนตัวเย่ต้าให้เรียบร้อย
เธอไม่อยากอยู่ในสเปซเดียวกับคนที่สมองไม่ยอมหมุนอีกต่อไป เธอต้องการสภาพแวดล้อมที่สบายกว่านี้
เมื่อเห็นสวีหลินเดินเข้ามา เย่ต้าก็เกร็งขึ้นมาเล็กน้อย
“คุณเกร็งอะไร ฉันจะกินคุณเข้าไปหรือไง” สวีหลินโมโหจนผลักเขาลงไปนอน “นอนนิ่ง ๆ เดี๋ยวฉันจัดการแผลให้”
“อ้อ ขอบคุณนะ” เย่ต้าหน้าแดง รู้สึกว่าสวีหลินคนนี้ก็ใจดีไม่น้อย ถึงขนาดนี้แล้วยังไม่โกรธอีก
คำขอบคุณนี่นะ เฮอะ สวีหลินไม่อยากรับ เพราะในใจยังขุ่นเคือง เธอจึงไม่ได้ปิดกั้นความเจ็บปวดของเย่ต้า
บางคนก็ต้องให้ลิ้มรสความเจ็บปวดก่อน ถึงจะรู้ว่าอะไรคือบทเรียน
แต่เย่ตาเป็นชายแกร่ง ทั้งที่เจ็บจนเส้นเลือดปูดโปน เขาก็กัดฟันทนโดยไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว
ถึงช่วงหลังสวีหลินยังอดนับถือเขาไม่ได้ คนคนนี้ถึงจะทึ่มไปหน่อย แต่ความแข็งแกร่งก็เป็นของจริง
กว่าจะจัดการบาดแผลและเอากระสุนออกจากตัวเย่ต้าจนหมด เวลาก็ผ่านไปห้าชั่วโมงแล้ว
โอ๊ย สวีหลินเหนื่อยแทบแย่ ตั้งแต่ลงจากเครื่องบินมาเธอยังไม่ได้หลับตาพักสักครู่เลย
