แม้สวีหลินจะรู้ว่ามีคนจับตาดูอยู่ แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะยกเลิกการนัดพบ กลับอยากล่อพวกนั้นออกมา จะได้ฉวยโอกาสกวาดล้างให้เกลี้ยงสักระลอก
สวีหลินรู้สึกว่าตัวเองเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดของพวกหนอนบ่อนไส้และสายลับศัตรู ตราบใดที่ยังมีเธออยู่ พวกนั้นก็ไม่มีทางอยู่รอด
เจอคนหนึ่งก็จัดการคนหนึ่ง ไม่มีทางอ่อนข้อให้เด็ดขาด
เพราะเธอเปิดโปง ทำให้ทั่วทั้งประเทศหลงกั๋ววุ่นวายกับการจับกุมสายลับและหนอนบ่อนไส้จนแทบหัวหมุน เรียกได้ว่าเหนื่อยแต่ก็มีความสุข
เธอกวาดล้างพวกหนอนบ่อนไส้ทั้งในและนอกประเทศไปไม่น้อย ช่วยกอบกู้ความเสียหายได้มหาศาล อีกทั้งยังป้องกันความเสียหายที่ไม่จำเป็นได้อีกมาก
ที่สำคัญคือทำให้ศัตรูหมดโอกาสเติบโต และหมดโอกาสใช้อำนาจในมือทำร้ายคนรุ่นต่อไปของประเทศหลงกั๋ว
ไม่ว่าจะคิดอย่างไร เธอก็สร้างคุณูปการในวันนี้ และเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังทั้งนั้น
สวีหลินหยิบดอกกุหลาบดอกหนึ่งออกจากกระเป๋า ถือไว้ในมือแล้วค่อย ๆ เดินไปหาโจวซุ่น
เมื่อเธอเข้าใกล้ ก็เห็นได้ชัดว่าดวงตาของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสองคนนั้นเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
บางทีในสายตาพวกเขา คงคิดว่าตัวเองกำลังจะสร้างความดีความชอบ แต่ไม่รู้เลยว่าตกเป็นเป้าสายตาของสวีหลินแล้ว
“สวัสดีค่ะ” สวีหลินเป็นฝ่ายทักก่อน เผยรอยยิ้มจนเห็นฟันขาวแปดซี่ ใบหน้าสดใสราวกับดวงอาทิตย์ดวงน้อย
รอยยิ้มนั้นทำให้โจวซุ่นอดยิ้มตามไม่ได้ เขาลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือทักทาย “สวัสดีครับ ผมโจวซุ่น”
“สวัสดีค่ะ ฉันสวีหลิน”
สวีหลินยื่นมือออกไป มือใหญ่จับกับมือเล็ก โจวซุ่นยิ้มพลางเอ่ยว่า “วันนี้อากาศดี เราไปเดินเล่นกันเถอะครับ”
