ไม่นาน ฉู่หมิงโจวก็แบกหลินอันอันขึ้นมาถึงชั้นบนสุด
เขาค่อย ๆ วางคนลง มองใบหน้าแดงระเรื่อของเธอ อดใจไม่ไหวยกมือขึ้นบีบเล่น “เป็นไงบ้าง ไม่เหนื่อยแล้วใช่ไหม”
หลินอันอันปัดมือฉู่หมิงโจวออก “คุณแบกฉันมา ฉันจะเหนื่อยได้ยังไง...”
ทั้งสองเดินมายังจุดชมวิว ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง พระอาทิตย์ฤดูหนาวสาดแสงอบอุ่น โลกที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนภายใต้แสงตะวัน ส่องประกายระยิบระยับราวกับอัญมณีจำนวนนับไม่ถ้วนโปรยปรายทั่วพื้นพิภพ งดงามตระการตา
ขุนเขาเบื้องไกลห่มคลุมด้วยอาภรณ์หิมะ ทอดตัวเป็นลูกคลื่นสลับซับซ้อน ตัดกับฟ้าสีครามอย่างลงตัว
เมื่อยืนอยู่ตรงนี้ มองลงไปเบื้องล่าง จะเห็นทิวทัศน์ใจกลางเมืองได้ทั้งหมด
ถนนหนทางในเมือง เรือนอิฐหลังคาแบนที่ตั้งลดหลั่นเป็นระเบียบสลับกับตึกอาคารจำนวนหนึ่ง หลังคาถูกหิมะหนาทับถม กำแพงสีเทา ปรากฏเลือนราง ราวกับภาพวาดหมึกจีนอันเรียบง่ายงามสง่า
บางครั้งมีเสียงกริ่งจักรยานดังกรุ๋งกริ๋งแจ่มใส ถนนที่ผู้คนเดินขวักไขว่ หิมะละลาย เผยให้เห็นพื้นถนนอันเฉอะแฉะ
ณ ลานกว้างกลางเมือง อนุสาวรีย์ท่านผู้นำสูงตระหง่านตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ดูขรึมขลังน่าเกรงขาม เกล็ดหิมะโปรยปรายลงบนอนุสาวรีย์อย่างแผ่วเบา ประหนึ่งกำลังคลี่คลุมผ้าคลุมสีขาวบริสุทธิ์ให้
รอบ ๆ ลาน มีป้ายประชาสัมพันธ์จัดแสดงอยู่จำนวนหนึ่ง แสดงถึงผลสำเร็จใหม่ของการสร้างชาติและพิมพ์เขียวการพัฒนาในอนาคต
หลินอันอันสูดลมหายใจเบา ๆ อากาศสดชื่นแฝงไอเย็น ชุ่มชื่นหัวใจ
“ไม่นึกเลยว่าทิวทัศน์ฤดูหนาวจะงดงามถึงเพียงนี้ รู้สึกว่าทุกอย่างพลันบริสุทธิ์หมดจด”
