อาซุ่ยแรกเริ่มอยากจะเรียกมิติออกมาเลย
ตามปกติแล้ว ถ้าพลังมิติของเธอเหนือกว่าฝ่ายตรงข้าม เพียงแค่เปิดมิติออกมาในพริบตา ก็สามารถละลายภาพมายาของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย
แถมยังจะทำให้ผู้อยู่เบื้องหลังตกหล่นเข้าไปในภาพมายาที่เธอสร้างขึ้นซะเอง
แต่หนึ่ง บรรดาอาจารย์เคยกำชับกำชาไว้ว่าห้ามใช้มิติอย่างพร่ำเพรื่อ และสอง การใช้มิติกินพลังของเธอมหาศาล
โดยเฉพาะตอนนี้ที่บุญกุศลของเธอยังไม่เต็ม
ดังนั้นเธอจึงเลือกวิธีรองไปเลย คือเรียกตราอาคมไร้รูปออกมาบดขยี้ภาพมายาของอีกฝ่ายทิ้ง
ตราอาคมไร้รูปก็คือตราอาคมพิเศษนั่นแหละที่อาซุ่ยเคยเห็นครั้งแรกในมิติ
อาซุ่ยไม่รู้ว่ามันมาจากไหน แต่อาจารย์ใหญ่บอกว่า มันถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับมิติ จึงเป็นตราอาคมที่เป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว
นับแต่วันนั้น อาซุ่ยก็ไม่ต้องยืมพลังตราอาคมของใครอีกเลย
สามารถขับเคลื่อนตราอาคมของตัวเองได้อย่างเต็มที่
หลายปีผ่านไป อาซุ่ยใช้พลังของตราอาคมนี้ได้อย่างคล่องแคล่วชำนาญ
แน่นอนว่าเธอก็รู้ดีว่าต้องใช้ตราอาคมอย่างไรจึงจะล็อกเป้าหมายที่ต้องการจากระยะไกลได้
ตั้งแต่รู้ตัวว่าตกเข้าไปในภาพมายา อาซุ่ยก็แก้มันได้ทันทีอยู่แล้ว
ที่ยังไม่ขยับอะไร ก็เพียงเพราะอยากรู้อยากดูไปเองว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไร
ตอนนี้ที่ดูจบแล้ว เธอก็ไม่มีทางทนต่อไปอีก
พอเธอออกคาถาสั่ง ตราอาคมสีทองประกายแดงก็ทะยานทะลุภาพมายามุ่งขึ้นฟ้าทันทีโดยไม่ลังเล
ชายหน้ากากผีตกใจกลางอากาศ แต่ก็ยังรีบดึงตราอาคมหนึ่งดวงออกมาขวางทันที
อย่างไรก็ตาม พลังที่เทียบเท่าตราอาคมเจ้ายมบาลนั้น เมื่อเผชิญหน้ากับตราอาคมของเธอ กลับไม่มีแม้แต่แรงต้านเลยสักนิด
