"อีนังสารเลวไร้ยางอาย เจี๋ยวจมน้ำ เจ้ากลับไปช่วยคนอื่นก่อน? ตระกูลเจียงไม่มีลูกสาวเห็นแก่ตัวอย่างเจ้า พวกข้าเก็บของให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว วันนี้ไสหัวกลับไปหาพ่อแม่แท้ ๆ ของเจ้าได้เลย!!"
กระเป๋าเดินทางถูกโยนออกมา
เจียงหร่านสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนค่อย ๆ เงยขึ้น มองไปยังสตรีที่อยู่ตรงหน้า ผู้เป็นมารดาของนางแต่ในนาม
สตรีสูงศักดิ์มองนางอย่างเหยียดหยาม "เจี๋ยเจี๋ยไอหลายครั้งเพราะเจ้า ส่วนเจ้าก็แค่มีไข้สูงไม่กี่วัน กล้าดียังไงมานอนเกะกะอยู่บนเตียงตั้งหลายวัน?"
เสียงเอะอะที่หน้าประตูไม่เบา เจียงฟู่พาบุตรชายและบุตรสาวออกมา
เมื่อเห็นเจียงหร่านนั่งกองอยู่กับพื้น ก็ขมวดคิ้วพูดอย่างเคร่งขรึม "ย่าฉิน หร่านหร่านอย่างไรก็เป็นลูกที่เราเลี้ยงมากว่าสิบปี ถึงนางจะเห็นแก่ตัว แต่เจ้าก็ไม่นึกถึงใจนางบ้าง"
"หากแพร่งพรายออกไป ผู้อื่นคงนึกว่าเราตระกูลเจียงรังแกนาง"
หวังย่าฉินแววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ จ้องเขม็งไปที่นาง "ตั้งแต่น้อยนางก็ริษยาเจี๋ยเจี๋ย อยากแย่งทุกอย่างกับเจี๋ยเจี๋ย กระทั่งการเป็นศิษย์ของมอชีเจินเหริน นางยังจะเข้ามาขัดขวาง ไม่ยอมให้ผู้น้องได้ดี!"
"เจี๋ยเจี๋ยมีพรสวรรค์เป็นเลิศ นางโง่เง่าเต่าตุ่น ยังกล้ามาเทียบกับเจี๋ยเจี๋ย นางคู่ควรหรือ?"
"อีกอย่างพ่อแม่ที่แท้จริงของนางก็จะมารับตัวไป แล้วเราจะเก็บนางผู้เนรคุณไว้ไย?"
เจียงหร่านมองใบหน้าคุ้นเคยตรงหน้าเหล่านี้ หางคิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย
ยี่สิบปีแล้ว นางกลับมาได้อีกครั้ง
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ บัญชีครั้งก่อน ๆ วันนี้ก็ถึงเวลาชำระให้ดี
ชาติก่อน นางต้องทนทุกข์ในสถานสงเคราะห์หลายปี กว่าจะถูกตระกูลเจียงรับเลี้ยง
เจียงหร่านที่ไม่เคยพบบิดามารดามาตั้งแต่เล็ก เมื่อเผชิญหน้ากับคนในตระกูลเจียงที่ยอมรับเลี้ยงดูนางรู้สึกซาบซึ้งเป็นที่สุด ถือว่าท่านพ่อท่านแม่เจียงเป็นบิดามารดาแท้ ๆ ของตน
แม้ในตระกูลเจียงสถานะของนางจะไม่สู้บ่าวไพร่ นางก็ยังไม่วุ่นวาย อดทนอยู่เงียบ ๆ
หากตระกูลเจียงไม่ได้รับเลี้ยงนาง บางทีนางอาจไร้ซึ่งบิดามารดาชั่วชีวิตนี้
และเพิ่งเริ่มต้นชีวิตในบ้านหลังใหม่
มารดาเจียงก็มอบจี้หยกขาวเส้นหนึ่งให้แก่นาง
นี่เป็นของขวัญชิ้นแรกที่นางได้รับ นับแต่นั้น สร้อยเส้นนี้นางก็สวมติดกายตลอด แม้แต่ตอนอาบน้ำก็ไม่เคยถอด
ทว่าที่ประหลาดคือ ร่างกายอันแข็งแรงของนางพลันเจ็บป่วยต่อเนื่อง โชควาสนาก็ตกต่ำถึงขีดสุด กระทั่งยามหลับยังถูกฝันร้ายรังควาญอย่างทุกข์ทรมาน
กลับกันบุตรสาวแท้ ๆ ของตระกูลเจียงคือเจียงเจี๋ยที่เดิมทีร่างอ่อนแอ กลับมีสุขภาพดีขึ้น ใบหน้างดงามซีดเซียวค่อย ๆ ปรากฏสีเลือดมากกว่าเดิม
คนในตระกูลเจียงยินดีปรีดากันใหญ่
เจียงหร่านก็ดีใจยิ่งนัก
ผู้น้องของนาง ในที่สุดก็มีร่างกายแข็งแรงเสียที
แต่หลังจากนั้น เจียงหร่านกลับรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ เริ่มผิดปกติ
ผลการเรียนของนางตกต่ำรวดเร็ว มอชีเจินเหรินที่เดิมทีจะรับนางเป็นศิษย์ หลังจากผู้น้องเจียงเจี๋ยกอดนางนอนเพียงคืนเดียว จู่ ๆ ก็เปลี่ยนใจ
กล่าวถากถางนางอย่างไม่เห็นค่า กลับกันชื่นชมเจียงเจี๋ยอย่างล้นหลาม
แม้ใจของเจียงหร่านจะเจ็บปวด แต่ก็นึกแค่ว่าตนโง่เขลา ไม่เฉลียวฉลาดเท่าผู้น้อง
หลังจากนั้น ไม่ว่าความดีสิ่งใด พอจะตกมาถึงนาง ก็จะหักเหเปลี่ยนทางไปสู่เจียงเจี๋ยทันใด
คนในตระกูลเจียงปฏิบัติต่อนางเกินเลยยิ่งขึ้น
เจียงเจี๋ยขี้ขลาด นางก็เฝ้าอยู่ข้างเตียง
เจียงเจี๋ยเรียนอ่อนแอ นางก็อยู่คอยปรนนิบัติรินน้ำรินชา
เจียงเจี๋ยเขียนยันต์หุ่นเชิดไม่ได้ ก็ต้องเรียกให้นางไปจ้องดูตาแป๋ว
จนเจียงเจี๋ยสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงเป่ย ขณะเดียวกันก็เป็นศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดในหมู่ศิษย์ของมอชีเจินเหริน
และมีรักสะเทือนฟ้าสะเทือนดินกับคุณชายตระกูลมั่งคั่ง
นางเป็นอัจฉริยะในโลกศาสตร์เร้นลับ เป็นที่รักแห่งสวรรค์ มีแสงทองแห่งคุณงามความดีห่อหุ้มกายนับไม่ถ้วน
ส่วนเจียงหร่านกลับขลาดกลัวมากขึ้น ร่างกายอ่อนแอ ต้องพักการเรียนชั้นมัธยมปลาย ถูกอันธพาลลวงไปเป็นเด็กนั่งดริงก์
ท้ายสุดเพื่อช่วยเจียงเจี๋ยที่จมน้ำโดยอุบัติเหตุ ก็ตายตั้งแต่อายุยังน้อย
หลังตายไปแล้ว นางถึงรู้ว่าที่ตระกูลเจียงรับเลี้ยงนาง
เพราะชะตาของเจียงเจี๋ยไม่ดี ร่างกายอ่อนแอ มักถูกวิญญาณร้ายรังควาน
จึงจำต้องเปลี่ยนชะตาชนิดหนึ่ง
จี้หยกเส้นประค่ายิ่งชีพนั้น ตระกูลเจียงให้ผู้วิเศษลงอาคมไว้ตั้งแต่แรก
ตราบใดที่นางสวมจี้เส้นนี้ สิ่งที่ควรเป็นของนาง ทรัพย์สิน สุขภาพ การงาน ความรัก ทั้งหมดทั้งมวลจะถูกถ่ายโอนให้เจียงเจี๋ย
และตัวนางเองจะตายเพราะโชคชะตาถูกสูบจนเหือดแห้ง
บางทีเพราะความแค้นแรงกล้า นางไม่ได้ไปเกิดใหม่โดยตรง กลับทะลุมิติไปสู่โลกเมื่อหลายร้อยปีก่อน
ในโลกนั้น มีผู้วิเศษในศาสตร์เร้นลับมากมายรอบกายนาง ช่วงชิงกันรับนางเป็นศิษย์อย่างเอาเป็นเอาตาย เจียงหร่านแทบจะคารวะอาจารย์กันไม่หวาดไม่ไหว
ท้ายสุด นางคารวะอาจารย์รวดเดียวถึงสิบห้าคน
ภายใต้การสั่งสอนของอาจารย์ทั้งสิบห้า การฝึกฝนของนางก้าวถึงจุดสูงสุด!!
เป็นเทพเซียนปฐพีที่อายุน้อยที่สุดในโลกศาสตร์เร้นลับ!
ดูดวงชะตา ดูฮวงจุ้ย หลอมโอสถ วางค่ายกล จับผี...
นางว่าที่สอง ไม่มีผู้ใดกล้าอ้างหนึ่ง
เป็นนักรบหกทิศทางตัวจริงในศาสตร์เร้นลับ
อย่างนี้เอง นางจึงบากบั่นฝึกฝนอยู่ในโลกนั้นเป็นเวลายี่สิบปีเต็ม!
แทบจะฝึกทุกทักษะจนถึงขั้นสูงสุดแล้ว
แต่บัดนี้กลับทะลุมิติกลับมาได้อีก!!
ด้วยเหตุที่นางกลับมา ครานี้หลังจากช่วยเจียงเจี๋ยแล้วนางก็ไม่ตาย นอนพักอยู่บ้านสองสามวัน กลับฟื้นขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์
คนตระกูลเจียงเห็นว่านางไร้ค่าให้ใช้แล้ว แม้แต่เวลาให้พักฟื้นสักสองสามวันก็ไม่ยอมให้ กลับอาศัยเหตุที่นางตอนช่วยคนไปช่วยเด็กชายซึ่งอยู่ใกล้นางที่สุดก่อน ขับไล่นางออกจากบ้าน
ชาติก่อนก็ช่วงเวลาสำคัญนี้เอง ญาติของนางตามหานางพบ
ทว่านางกลับเพราะช่วยเจียงเจี๋ยเสียชีวิตแล้ว
นางเห็นพี่ชายแท้ ๆ ของตน มองศพอันเย็นชืดของนาง ทุกข์ทรมานจนกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
"ท่านแม่ อย่าโทษน้องสาวเลย"
เจียงเจี๋ยใบหน้าสะสวยบัดนี้เพราะรู้สึกไม่เป็นธรรม ยิ่งแลดูน่าสงสารน่าเอ็นดู
น้ำเสียงนางนุ่มนวลอ่อนหวาน "พี่สาวคงยังฝังใจเรื่องที่อาจารย์รับข้าเป็นศิษย์ปีนั้น จึงได้ช่วยข้าเป็นคนสุดท้าย เรื่องนี้ข้าก็ผิดด้วย หากข้ารู้ตั้งแต่ตอนนั้นว่ามอชีเจินเหรินสุดท้ายจะเลือกข้าแล้วละทิ้งพี่สาว ข้าจะต้องหลบไว้ก่อน แน่ใจว่าไม่เผยหน้า"
พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ น้ำเสียงของหวังย่าฉินยิ่งแหลมสูงขึ้น "เจี๋ยเจี๋ยเจ้าผิดอะไร? ที่มอชีเจินเหรินเลือกเจ้า ก็เพราะฝีมือเจ้ายอดเยี่ยม ตัวนางเจียงหร่านคว้าโอกาสไว้เองไม่ได้ จะโทษผู้ใดได้!!"
แววตาของเจียงเจี๋ยแวบผ่านความสะใจ ก่อนซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว "แต่ท่านแม่ ข้าว่าข้าก็ผิดเหมือนกันเจ้าค่ะ ตั้งแต่เล็กมาข้าเก่งกว่าพี่สาวทุกอย่าง พี่สาวเกลียดข้า ก็เข้าใจได้"
"นางเกลียดเจ้า?" เจียงเช่อบุตรชายเล็กแห่งตระกูลเจียงส่งเสียงดังขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยการดูถูก "พี่ใหญ่ นางมันเป็นอะไร? นางมีสิทธิ์อะไรเกลียดเจ้า? ตัวเองไร้ค่ายังไม่ให้คนอื่นเก่งอีก? ปีนั้นรับเลี้ยงเจ้าเด็กบ้านนอกนี่มาทำไมกัน?"
เจียงเจี๋ยแสร้งทำเป็นโกรธ ตบศีรษะเจียงเช่อเบา ๆ
ท่วงท่าราวกับกำลังออดอ้อน
"ไม่ให้ว่าพี่สาวเจ้าอย่างนั้น"
"พี่สาวอะไร? นางคู่ควรด้วยรึ? ข้าไม่มีพี่สาวที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้หรอก!!"
เจียงเจี๋ยทำท่าเหมือนปลงไม่ตก พูดกับเจียงหร่านว่า "ขอโทษด้วยพี่สาว เด็กนี่ก็เป็นอย่างนี้"
"พี่สาว ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดข้า แต่เราก็ครอบครัวเดียวกัน ข้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าถูกไล่ออก เช่นนั้นพี่สาว เจ้าคุกเข่าขอโทษข้าสักครั้ง บางทีท่านพ่อท่านแม่อาจใจดีขึ้นแล้วไม่ไล่เจ้าก็ได้"
