เฉินจิ่งสือเหม่อไปครู่หนึ่ง เพิ่งจะหันกลับมาถูกเล่อเจาดึงชายเสื้อไป
"เร็วๆ หน่อยสิ! ตาเปิดไม่ขึ้นแล้ว!"
ทั้งสองยืนชิดกัน เธอคอตกจนแทบจะซบลงในอ้อมแขนเขา หน้าม้าที่ชื้นแฉะเผยให้เห็นดวงตาที่หรี่ลงและปากที่อ้าเล็กน้อย
เฉินจิ่งสืองงไปเล็กน้อย "จะ... จะช่วยยังไง?"
เล่อเจาพยายามลืมตาข้างหนึ่งขึ้นมา ชี้ไปที่กระเป๋าที่วางอยู่บนอ่างล้างหน้า
"หยิบทิชชู่ไง! ในกระเป๋าฉันมีทิชชู่!"
เฉินจิ่งสือหยิบกระเป๋าผ้าใบขึ้นมาเปิดดู สิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาคือกล่องดินสอรูปลูกหมูสีชมพู หนังสือเรียนพิเศษสองสามเล่ม ในช่องหนังสือมีทิชชู่และกิ๊บหนีบผมแถมยังมีผ้าอนามัยอีกสองสามแผ่น
ปลายนิ้วของเฉินจิ่งสือร้อนวาบ รีบหยิบทิชชู่ออกมายื่นให้
"ขอบใจนะ" เล่อเจาเช็ดหน้า เงยหน้าขึ้นมาเห็นเขายังไม่ไป สายตาก็ตกไปอยู่ที่มือที่ถือกระเป๋าของเขา
"ไม่ใช่ไปแก้ข้อสอบเหรอ? แก้เสร็จแล้ว?"
"อือ"
เฉินจิ่งสือเป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว ส่งกระเป๋าคืนให้แล้วก็เตรียมจะหันหลังกลับ
แต่เล่อเจารับไม่ถนัด มือไปจับได้แค่ขอบก้นกระเป๋า ของข้างในเลยร่วงหล่นลงไปในอ่างล่างหน้าหมด
"แย่แล้ว! การบ้านฉัน!"
โชคดีที่คว้าขึ้นมาได้ทัน หนังสือเรียนพิเศษแค่เปียกไปมุมเดียว แต่กระดาษข้อสอบฟิสิกส์นี่สิ น่าเวทนา เดิมก็ยับยู่ยี่ถูกขยำเป็นก้อนอยู่แล้ว พอโดนน้ำก็ยิ่งเสียรูปทรงเละเทะ ติดอยู่ก้นอ่างกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจบรรยายได้
"......."
"เดี๋ยวฉันไปหยิบแผ่นใหม่ให้" เฉินจิ่งสือรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนผิดด้วย จึงหันหลังเตรียมจะลงไปข้างล่าง
"ไม่ต้อง ไม่ต้อง! ตอนที่ฉันขึ้นบันไดมาเห็นประตูฝ่ายวิชาการล็อกแล้ว ครูคงกลับกันหมดแล้วแหละ"
เล่อเจาโกหกอีกแล้ว เธอไม่ได้แม้แต่จะมองไปที่ชั้นสองเลยด้วยซ้ำ
โชคดีที่เฉินจิ่งสือไม่ได้ยืนกราน เขาหันกลับเข้าไปในห้องเรียน หยิบข้อสอบของตัวเองออกมา
"ใช้แผ่นของฉันไปก่อนก็ได้ ห้องสองห้องเหมือนกัน"
"แล้วเธอล่ะ?"
"ฉันบอกครูไว้ก่อนก็ได้ เดี๋ยวเปิดเทอมค่อยทำใหม่..."
"ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอก!" เล่อเจาแผ่ข้อสอบให้เรียบตรง ๆ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อโบกไปมา
"แค่เขียนคำตอบก็พอ ฉันถ่ายรูปเก็บไว้ก็จบ"
เธอหันหลังให้กับข้อสอบ กดถ่ายไปสองสามครั้ง แล้วก็ร้อง "เฮ้ย" ออกมาอย่างเขินอายแล้วหันกลับมา
"โทรศัพท์ฉันแบตหมด... เฉินจิ่งสือ เธอพกโทรศัพท์มาด้วยไหม?"
เฉินจิ่งสือตอบ "อือ" แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า เล่อเจาก็ยื่นหน้าเข้ามาด้วย บนหน้าจอเป็นภาพข้อสอบที่สะอาดเรียบร้อย แถมยังมีขาของทั้งสองคนที่แนบชิดกันติดมาด้วย
เล่อเจารู้สึกว่าร่างของเฉินจิ่งสือแข็งทื่อขึ้นมาแบบนั้น กดชัตเตอร์อย่างรวดเร็วแล้วก็รีบถอยห่างออกมา
"ถ่ายเสร็จแล้ว ข้อสอบน่ะ..."
"เธอเก็บไว้เถอะ รูปถ่ายเสร็จแล้วเดี๋ยวส่งให้ฉันก็พอ เพื่อนฉันยังรออยู่ ไปก่อนนะ"
เธอโบกมือแล้วก็เดินออกไปนอกประตูในพริบตา
เฉินจิ่งสือมองอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็ยกมือขึ้นลูบแก้ม บนนั้นชื้น ๆ เหมือนเป็นหยดน้ำที่ติดมาเมื่อตอนเล่อเจาเข้ามาใกล้
หยดน้ำนั้นไม่ยอมทำตามใจ ร่วงหล่นลงไปในอุ้งมือที่ร้อนผ่าว
เสียงจักจั่นร้องระงม ไม่มีใครรู้เลย——
เด็กหนุ่มยืนอยู่หน้าโต๊ะเรียน มองดูร่างที่วิ่งอยู่ด้านล่าง นิ้วมือขยับเบา ๆ
ประคองหยดน้ำนั้นไว้ราวกับเป็นของล้ำค่า
——
หลังเลิกเรียน เล่อเจาไปที่ปี้เฟิงถังกับเยี่ยเชี่ยนตามปกติ แม้เวลาจะผ่านไปสิบปี เรื่องหลายเรื่องในตอนมัธยมปลายปีสามเธอก็จำไม่ได้แล้ว แต่โชคดีที่มีเยี่ยเชี่ยนอยู่ข้าง ๆ ตั้งแต่เรื่องนินทาครูไปจนถึงเรื่องคู่รักในห้องข้าง ๆ ก็พอจะทำให้ความทรงจำกลับมาได้เจ็ดแปดส่วน
พอจะกลับบ้าน เล่อเจ้าถึงนึกขึ้นได้ จึงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า
"ทำไมเครื่องปิดอยู่ล่ะ? แบตหมดเหรอ? ให้ฉันยืมแบตสำรองไหม?"
"ไม่ต้อง เหลืออีกตั้งยี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์ บ้านฉันอยู่ใกล้ เดินไม่นานก็ถึง พลังงานขนาดนั้นพอใช้แล้ว"
ลากลับกับเยี่ยเชี่ยนแล้ว เล่อเจาเปิดแอปแชทขึ้นมา รีเฟรชหน้าจอ ก็พบว่ามีคำขอเป็นเพื่อนเพิ่มเข้ามาหนึ่งรายการ
รูปโปรไฟล์สีดำ ชื่อเป็นตัวซีตัวใหญ่
เป็นเฉินจิ่งสือ
เวลาที่ส่งคำขอมาคือ 4:20 เล่อเจามองอยู่นาน พยายามบอกตัวเองว่าคิดไปเอง แต่เวลามันช่างบังเอิญเกินไป
โรงเรียนเลิกตอน 3:50 วันศุกร์ เธอเดินกลับบ้านถึงตอน 4:20 พอดี
เล่อเจารู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เธอกดรับคำขอ แล้วก็กดเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเขาตามรูปโปรไฟล์
พื้นที่ส่วนตัวของเฉินจิ่งสือสะอาดมาก โพสต์ล่าสุดเป็นรูปลูกแมวตัวหนึ่ง คำบรรยายมีแค่สองคำ: 【น่ารัก】
เลื่อนต่อไปอีก ก็เป็นเจ้าแมวตัวเดิม เหมือนกำลังเร่ร่อนอยู่ ฉากหลังไม่เป็นพงหญ้าก็กระถางดอกไม้ และคำบรรยายก็เป็นสองคำเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
【น่ารัก】
ถัดไปอีกเป็นรูปละเล่น คำบรรยายว่าสวัสดีปีใหม่
เล่อเจายังอยากเลื่อนดูต่อ แต่พบว่าเห็นได้แค่โพสต์ภายในหกเดือน
เธอเลื่อนออกจากรูป จะกดออกจากพื้นที่ส่วนตัว ก็ไปเห็นใต้โพสต์อวยพรปีใหม่นั้น มีคอมเมนต์อีกหนึ่งรายการอยู่ด้วยกัน
【สวัสดีปีใหม่นะคะหัวหน้าห้อง!】
คำว่า "นะคะ" ในท่ามกลางคำอวยพรเชิงพิธีการทั่วไปดูโดดเด่นเป็นพิเศษ เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้หญิงส่งมา
เฉินจิ่งสือก็ตอบกลับเพียงคอมเมนต์นี้รายการเดียว ยังคงเป็นสองคำเรียบ ๆ——
【สุขสันต์เช่นกัน】
เล่อเจ้าขมวดคิ้ว เริ่มเลื่อนขึ้นไปดูจากบนสุด ก็พบว่าทุกโพสต์ล้วนมีคอมเมนต์จากไอดีนี้ และเฉินจิ่งสือถึงแม้จะใช้ถ้อยคำเย็นชา แต่ทุกครั้งก็ตอบกลับ
"อีอีชอบกินเนื้อ..."
เล่อเจานึกถึงผู้หญิงที่อยู่ห้องเดียวกับเฉินจิ่งสือขึ้นมาได้ทันที หลี่อีอี
ดูท่าความสัมพันธ์คงไม่ธรรมดานะ...
แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ไว้หน้าม้าตรง ผิวขาวสะอาดตา ดูเป็นสไตล์น่ารัก ๆ จริงด้วย
เขาจะอธิบายโจทย์ให้เธอฟัง เดินลงบันไดไปด้วยกัน...
แต่พอเจอตัวเองกลับทำตัวหลบ ๆ ซ่อน ๆ ยังกับพูดว่าไม่สนิทไม่อยากรู้จัก...
เล่อเจารู้สึกหงุดหงิดใจ พอออกจากพื้นที่ส่วนตัวเห็นเฉินจิ่งสือส่งรูปข้อสอบมาให้ ก็ขี้เกียจตอบ โยนโทรศัพท์ลงในกระเป๋า แล้วเตะก้อนหินข้างทางกลับบ้าน
ที่บ้านไม่มีใครอยู่ บนชั้นวางรองเท้ามีโน้ตติดอยู่:
【หนูรัก พ่อกับแม่จะไปเนปาลแล้ว คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณสองเดือนกว่าจะกลับ กุญแจบ้านวางไว้ที่ชั้นแรกของชั้นวางรองเท้าแล้ว ดูแลตัวเองดี ๆ นะจ๊ะ!】
เวลาผ่านไปตั้งครึ่งเดือนแล้ว
เล่อเจากลอกตาขึ้นฟ้า ดึงโน้ตออกมาฉีกทิ้งลงถังขยะ
จริง ๆ แล้วก่อนเรียนมัธยมต้น เธอยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่หมู่บ้านบ้านเกิด
ตอนนั้นพ่อต้องอาศัยที่ดินที่บ้านทิ้งไว้ให้ กว้างเป็นหมื่น ๆ ตารางเมตรทำสวนผลไม้ ทุกเช้าตื่นขึ้นมา ก็ต้องยกเสียมขุดดินจนไฟแลบ
แล้วพอถึงปีที่เล่อเจ้าสอบเข้ามัธยมต้น เถ้าแก่ใหญ่จากต่างถิ่นก็มาอยากเช่าที่แถวนั้นพัฒนารีสอร์ท
ดังนั้นในคืนเดียว เล่อเจาก็กลายเป็นลูกสาวเศรษฐีใหม่
พ่อแม่เล่อไม่ใช่คนมีความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ พอมีเงินก็อยากพักผ่อนให้สบาย ดังนั้นตั้งแต่ขึ้นมัธยมต้นมา เล่อเจาแทบไม่ค่อยได้เห็นหน้าทั้งสองคนเลย
แต่เธอก็ไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ ขอแค่มีเงินใช้ก็พอ
แนวคิดการใช้ชีวิตนี้ดำเนินมาจนกระทั่งเธอเรียนจบมหาวิทยาลัย พ่อแม่เธอถึงจะเที่ยวเล่นกันจนพอใจ แล้วคิดจะทำธุรกิจจริงจัง
ดังนั้นทั้งสองก็บุกเข้าสู่วงการธุรกิจอย่างกล้าหาญ และไม่ถึงสามปีก็ประกาศล้มละลาย
พอคิดถึงอนาคตที่พังพินาศ เล่อเจาก็นอนอยู่บนโซฟาหลับตาลงอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม
ช่างโหดร้ายจริง ๆ...
แต่ถ้าเธอกลับมาอยู่ในอดีตเมื่อสิบปีก่อนได้ บางทีเธอก็อาจเปลี่ยนจุดจบการล้มละลายของครอบครัวได้!
โทรศัพท์ดัง "ติ๊ง" หนึ่งครั้ง ข้อความเสียงหนึ่งเด้งขึ้นมา
