ผู้พิทักษ์คนก่อนหน้าคืนสติ ตะโกนร้องด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว และหยิบลูกธนูหยกขนาดสั้นออกมาจากอก หลังจากอัดฉีดพลังวิญญาณเข้าไป ก็ปล่อยมันออกมา
ในชั่วพริบตาถัดมา ลูกธนูหยกสั้นระเบิดกลางอากาศ ก่อตัวเป็นดอกเบญจมาศแห่งแสง
อวิ๋นเช่อรอคอยอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้ขัดขวาง เขามาที่นี่เพื่อหาเรื่อง พร้อมกับเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์ไปด้วย ยิ่งมีคนมากก็ยิ่งดี ยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งมีประโยชน์
ไม่นานนัก เมื่อดอกเบญจมาศแห่งแสงเบ่งบาน กลิ่นอายอันทรงพลังระลอกแล้วระลอกเล่าก็รีบรุดมาจากส่วนลึกของสภาศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง
ในพริบตา ชายฉกรรจ์กว่าสิบคนในชุดคลุมยาวสีทอง ถือคทาเวทย์ ล้อมอวิ๋นเช่อไว้แน่นหนา
คลื่นพลังวิญญาณเข้มข้นแผ่ซ่านออกจากร่างพวกเขา เห็นได้ชัดว่าล้วนเป็นยอดฝีมือของสภา ทุกคนล้วนเป็นผู้ที่อยู่ในขั้นอ๋องขึ้นไป
“ใจกล้ายิ่งนัก กล้าดียังไงมาอาละวาดในสภาศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงของเรา แถมยังสังหารผู้พิทักษ์ของสภาอีก!”
ชายชราที่เป็นหัวหน้านัยน์ตาเบิกโพลงด้วยโทสะ สะบัดคทาในมือเพียงครั้งเดียว แสงศักดิ์สิทธิ์อันดุดันสายหนึ่งก็พุ่งเข้าโจมตีอวิ๋นเช่อ
อวิ๋นเช่อไม่ขยับแม้แต่น้อย ปล่อยให้ทักษะการต่อสู้ที่ทรงพลังพอจะสังหารขั้นจักรพรรดิร่วงหล่นลงบนร่างตน จากนั้นก็ราวกับเอาไข่กระแทกหิน ระเบิดแตกกระจายเป็นละอองพลังวิญญาณไปทั่วฟากฟ้าในพริบตา
“แม้แต่เกราะพลังคุ้มกายของข้าก็ยังเจาะไม่เข้า แค่นี้ คิดจะหยุดข้า?”
แววตาของอวิ๋นเช่อเย็นชา เขาพบว่า กลิ่นอายแห่งความแค้นที่พัวพันอยู่บนร่างคนเหล่านี้ กลับมีมากมายยิ่งกว่าในผู้คนของฝ่ายอื่น ๆ
เห็นได้ชัดว่า สิ่งที่เรียกว่าสภาศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงนี้ เบื้องหลังไม่ได้ซื่อตรงเปิดเผยอย่างที่เห็น
