ซูชิงอวี๋เป็นมิตรกับผู้คนมาโดยตลอด ทั้งยังรักษาระยะห่างจากคนเสียสติ ไม่เคยสร้างความบาดหมางกับใคร
ก็เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน่าปวดหัวเช่นนี้ให้น้อยลง
ชายที่อยู่ด้านหลังดันปืนเข้ามาใกล้อีกนิด พลางข่มขู่ว่า “แค่ตอบคำถามฉันดี ๆ ฉันก็จะปล่อยเธอไป”
ซูชิงอวี๋นึกออกแล้วว่าชายคนนี้คือซวี่อี้จือ ประธานบริษัทสุดเถื่อนที่ทำผิดกฎหมายคนนั้นในด่านตระกูลสือ
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่เร่งไม่ร้อน เจือแววเยาะเย้ยว่า “วิธีถามคำถามแบบนี้ของคุณไม่สุภาพเลยนะ”
ที่จริงถ้าเขาพูดกันดี ๆ ซูชิงอวี๋ก็ยินดีคุยกับเขา
แต่คนประเภทนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำว่า “เป็นมิตร” เขียนอย่างไร
“ฮึ พูดให้น้อยหน่อย ฉันไม่ชอบผู้หญิงปากมาก” ซวี่อี้จือกระชากซูชิงอวี๋อย่างหยาบคาย พาเธอเข้าไปในตรอกมืด “ฉันไม่ได้กำลังปรึกษาเธอ ทางที่ดีให้ความร่วมมือแต่โดยดี ไม่อย่างนั้นก็รักษาชีวิตไว้ไม่ได้”
“ถามมาเลย ถ้าฉันรู้ก็จะบอก”
ในกระเป๋าเป้ของซูชิงอวี๋มีปืนพกที่ยังไม่ได้บรรจุกระสุนอยู่หลายกระบอก
ส่วนในแขนเสื้อ เธอซ่อนมีดกระดูกไว้
มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปในแขนเสื้อ
ต้องอดทนอีกหน่อย รอจังหวะที่ซวี่อี้จือเผลอ
ซูชิงอวี๋จำได้ว่าผู้ชายคนนี้มีแฟนสาว ชอบเล่นบทบังคับรัก ดูเหมือนจะชื่อซือซือ
คราวนี้เธอไม่เห็นภรรยาตัวน้อยของประธานจอมเถื่อน
คงเกิดเรื่องอะไรขึ้นสักอย่าง
ซวี่อี้จือดูมอมแมมอยู่บ้าง กระดุมสองเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ตใต้สูทถูกปลดไว้อย่างลวก ๆ แขนเสื้อก็พับขึ้น เผยให้เห็นข้อมือแข็งแรง
